Blogs

Blogs Categories

ประเภท: movie

				2010-07-05 11:00:49 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ไฟว์สตาร์ เปิดตัวภาพยนตร์ตลก น่ารัก ตลอดกาล เรื่อง “บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ”  อย่างเป็นทางการพร้อมเหล่านักแสดงนำรุ่นใหญ่ ที่ตบเท้า มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า อาทิ สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา  สุขพัตน์, ซูโม่กิ๊ก – เกียรติ กิจเจริญ, ซูโม่เอ๋ – เกรียงไกร อมาตยกุล, ซูโม่ตุ๋ย – อรุณ ภาวิไล,  เถิน – ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ, สมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ พร้อมนักแสดงรุ่นเด็กอย่าง จ๋า – ณัฐฐาวีรนุช  ทองมี,  อาร์ตี้ – ธนฉัตร  ตุลยฉัตร, จีน – เกล้าแก้ว  สินเทพดล เป็นต้น โดยมี คุณเจริญ เอี่ยมพึ่งพร เป็นประธานในการเปิดตัวครั้งนี้ ณ แกรนด์ฮอลส์ ชั้น 1 เอสพลานาด รัชดา  เมื่อคืนก่อน  บรรยากาศของการแถลงข่าว เป็นไปด้วยความสนุกสนานในการรับส่งมุขกัน โดยเฉพาะการเมาส์แบบเผาขน นำทีมโดย ผู้กำกับ ซูโม่กิ๊ก – เกียรติ กิจเจริญ ที่เมาส์แต่ละคน โดยมี 




ดีเจนุ้ย EFM รับหน้าที่พิธีกร ซึ่งก็ไม่วายโดนซูโม่กิ๊กเม้าส์เช่นกัน หลังจากร่วมพูดคุยกับเหล่านักแสดงรุ่นใหญ่อย่างสนุกสนาน พร้อมชมภาพตัวอย่างภาพยนตร์ และ MV ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ใช้เพลง 1 2 3 4 5  I LOVE YOU ของวง Buttom Blues มาประกอบภาพยนตร์ บุญชู จะอยู่ในใจเสมที่ได้ 2 นักแสดงรุ่นเล็ก อาร์ตี้ และ น้องจีน ที่เปิดตัวด้วยการขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาจากหลังเวที พร้อมร่วมพูดคุยกับหนึ่งในนักแสดงหน้าใหม่ของครอบครัวบุญชู จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ที่ร่วมพูดคุยอย่างหมดเปลือก
 ความสนุกสนานของ “บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ” จะยังคงสนุกเหมือนเดิมหรือไม่ ต้องไปร่วมพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์ 5 สิงหาคมนี้ แล้วพบกันจะจ้า..จ้า..จ้า...


				2010-07-01 18:29:26 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

เดินหน้าถ่ายโปสเตอร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับภาพยนตร์รักโรแมนติกใสกิ๊ก..กิ๊ก “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” โปรเจ็คท์รสหวานจากการจับมือกันของสองค่ายยักษ์ใหญ่ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์” ที่จะพาคุณกลับไปสัมผัสกับความหมายและความรู้สึกดีๆ เมื่อครั้งที่คุณรู้จักกับ “ความรัก” คำสั้นๆ แต่ส่งผลมากมายมหาศาลต่อหัวใจ ซึ่งกับการถ่ายโปสเตอร์ในครั้งนี้ก็ได้หนุ่มสุดฮ็อต



“มาริโอ้ เมาเร่อ” ที่ในเรื่องรับบทเป็น “โชน” หนุ่มมาดติสท์เจ้าเสน่ห์
ที่เป็นชายในฝันของสาวๆ ในโรงเรียน โดยเกี่ยวก้อยนางเอกหน้าใสของเรื่อง “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ซึ่งในหนังเรื่องนี้รับบทเป็นน้ำ สาวน้อยสุดขี้เหร่ประจำโรงเรียน ที่เกิดอาการตกหลุมรักเข้าอย่างจัง จนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง แต่ยกเว้นอย่างเดียวคือหัวใจ โดยการถ่ายโปสเตอร์ในครั้งนี้สองคู่พระนาง “โอ้-เฟิร์น” ก็ต้องใส่ความหวานปิ๊งๆกันเฉพาะกิจ เพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ “น่ารัก..น่าเลิฟ” กันสุดฤทธิ์ อย่างสาวเฟิร์นก็ต้องถูกแปลงโฉมเป็นสาวสุดเนิร์ส เปลี่ยนทรงผมเป็นผมสั้น ใส่แว่นหนาเตอะ เรียกได้ว่าไม่เหลือเค้าเดิมเลยทีเดียว ซึ่งสองพระนางของเรื่อง “โอ้-เฟิร์น” พูดถึงการถ่ายโปสเตอร์สุดหวานนี้ว่า   (มาริโอ้) “ครับ   วันนี้ก็เป็นการพามาดูบรรยากาศการถ่ายทำโปสเตอร์หนังเรื่องสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก





(ใบเฟิร์น) “สนุกสนานครึกครื้นมีคนมาให้กำลังใจเต็มไปหมดเลยค่ะ ตื่นเต้นมาก ได้มาถ่ายโปสเตอร์เป็นครั้งแรก ก็จะลุกส์ออกมาเอ๋อๆ หน่อย ถ่ายกับพี่โอ้ก็ต้องมีดึงๆ ชนกันหน่อยๆ”
(มาริโอ้)  “หนังเรื่องนี้ก็พูดถึงความรักในช่วงแรกๆ ที่เราได้ทำอะไรเพื่อมัน เวลาเราแอบชอบใครเราก็สามารถทำทุกอย่างเพื่อคนๆ นั้นได้ มันคือความสวยงามที่โอ้เชื่อว่าทุกคนต้องยิ้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้น”  (ใบเฟิร์น) “ก็อยากให้เข้าไปค้นหาความหมายดีๆ ของคำว่ารัก เฟิร์นคิดว่าทุกคนต้องเคยทำหรือเคยรู้สึกเหมือนตัวละครน้ำในเรื่องนี้แล้วก็รอดูโปสเตอร์สวยๆ กันนะคะ”
 นี่แค่ภาพตัวอย่างหวานๆ เรียกน้ำย่อยให้หัวใจทุกดวงที่มีความรักได้กระชุ่มกระชวย อีกไม่นานคงได้ยลโฉมโปสเตอร์กันเต็มๆ โดย สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก” จะเข้าฉายให้ไปค้นหาความหมายดีๆ ของคำว่ารัก 12 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

 


				2010-07-01 15:35:14 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

เป็นภาพยนตร์ที่มาพร้อมปรากฏการณ์จริงๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Twilight Saga : Eclipse   “แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์”   ปรากฏการณ์ทไวไลท์ที่กำลังจะกลับมาในภาคที่ 3 ของตำนานแวมไพร์รุ่นใหม่ ที่ทั้งมันส์ตื่นตาตื่นใจ และยังสร้างสถิติต่างๆ มากมายและล่าสุดเมื่อค่ำวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ลานอินฟินิตซิตี้ฮอลล์ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ก็เกือบแตกเมื่อ เหล่าคนดังทั่วฟ้าเมืองไทยต่างตบเท้าเข้าร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ครั้งแรกในประเทศไทย



 อาทิเช่น  หนิง-ศรัยฉัตร  - เปิ้ล หัทยา – ทาทา ยัง – ไมค์ กิ่งโพยม – ดีเจจั๊ด – พีเค –เจมิก –น้องอร สาระแน 10 ล้อ – Vj วุ้นเส้น  ...ร่วมกับเหล่าแฟนคลับจากภาพยนตร์ The Twilight Saga : Eclipse   “แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์” เกือบ 2000 คน  ที่มาร่วมชมภาพยนตร์เป็นครั้งแรก
และยังได้ 3 นักแสดงหน้าใหม่มาแรงของเมืองไทย  ยุกต์ ส่งไพศาล  / แมท ภีรณีย์ / ฮาเวิร์ด หวัง มาสวมคาแร็คเตอร์ของ  เอ็ดเวิร์ด – เจคอบ และ เบลล่า 3 ตัวละครเอกจากภาพยนตร์  ที่ไม่ได้มามาโชว์เดี่ยวแต่ขนทีมนายแบบมาร่วมแสดงโชว์ด้วยเพียบ โดยโชว์ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้มากที่สุด คือ โชว์ของ ฮาเวิร์ด หวัง ที่เผยโฉมในมาดของหมาป่าผู้พิทักษ์เบลล่า กับเพื่อนนายแบบ ที่ถอดเสื้อโชว์กล้ามซิกแพคมาเป็นทีมทำเอาแฟนคลับภายในงานเผลอส่งเสียงกรี๊ดออกมา







“จริงๆ  แมท ชอบ เจอบ ค่ะ เพราะดูแข็งแรงกล้ามโต และ เป็นผู้พิทักษ์ เบลล่า มาตลอด และเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์มาก  แต่ถ้าต้องเลือก จะเลือกเอ็ดเวิร์ด” แมท ภีรณีย์ กล่าว
 
“ผมชอบนางเอก เพราะคริสเตน สจวต แสดงได้น่ารักดีครับ แล้วก็ตัวละครตัวเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะส่วนแอคชั่นของตัวแวมไพร์ และมนุษย์หมาป่า” ฮาเวิร์ด หวัง  พูดถึงตัวละครโปรด    ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น  และการต้อนรับของกลุ่มแฟนคลับ ที่เนืองแน่น พิธีกรของงาน หญิงกัญญา ไรวินทร์  ได้ เร่งดีกรีความแรงและคึกคักของเหล่าสาวกแวมไพร์ทไวไลท์  ให้ทวีความเข้มข้นขึ้น ด้วยการนำผู้ชมเข้าสู่ฟุตเทจสุดพิเศษคำทักทายแฟน ๆ ชาวไทยจากทีมนักแสดงภาพยนตร์ The Twilight Saga : Eclipse ส่งตรงจากอเมริกา  และ ส่งท้ายงานก่อนขึ้นชมภาพยนตร์ด้วยโชว์  “แวมไพร์พร้อมปกป้อง หมาป่าพร้อมจู่โจม” จาก 3 นักแสดงชาวไทย และ ร่วมถ่ายภาพบนเวทีกับคุณ เตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ  รองประธานกรรมการผู้จัดการบริษัทสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด  คุณจิม แพทเทอร์สัน ผู้จัดการโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ และ คุณอวิกา เตชะรัตนประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริษัทมงคลเมเจอร์      ด้วยปรากฏการณ์ทไวไลท์ที่กำลังจะกลับมาในภาคที่ 3 ของตำนานแวมไพร์และหมาป่ารุ่นใหม่ ที่ทั้งมันส์ตื่นตาตื่นใจ และยังสร้างสถิติต่างๆ มากมายและล่าสุด ไทยประกาศฉาย แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์  THE TWILIGHT SAGA : ECLIPSE  ที่เดียวในเอเชีย เพียง 14 วันเท่านั้น ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป !!!  ทั้งในระบบปกติและในระบบ IMAX  อีกด้วย  “หนังภาค 3 สนุกภาคครับ ทั้งฉากโรแมนติคและแอคชั่น  ไม่แปลกใจเลยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังที่วัยรุ่นทั่วโลกรอคอย” ยุกต์ ส่งไพศาล  กล่าวหลังชมภาพยนตร์จบ
เปลี่ยนรัตติกาลให้เป็นปรากฏการณ์ 1 กรกฎาคม นี้  !!!  ในระบบ IMAX และโรงภาพยนตร์ปกติ


				2010-06-30 14:23:45 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ค่ายหนังอารมณ์ดี “จีทีเอช “ เตรียมส่งหนังเรื่องใหม่ แนว โฮแมนติก กวนมิดี้ เรื่อง “กวน มึน โฮ” ของผู้กำกับหนังผี โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่มาทำหนังรักเป็นครั้งแรกใน “กวน มึน โฮ” หนังรัก 3 อารมณ์ ที่จะมาสะกดอารมณ์ผู้ชม โดย 2 นักแสดง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี รับบทหนุ่มจอมกวน กับ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ รับบท สาวหน้ามึน



 โต้ง-บรรจง
ผู้กำกับ เผยว่า “ กวน มึน โฮ เป็นการกำกับหนังรักเป็นเรื่องแรกของผม ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ผมชอบประเด็นบางอย่างในหนังสือ จึงเอามาพัฒนาเป็นบทเขียนขึ้นใหม่ใส่สไตล์ผมลงไปคือใส่ความกวนลงไปในหนังรักเพื่อไม่ให้เลี่ยน และหนังเรื่องนี้มีความยากอยู่ในตัวเยอะมาก เพราะมันเป็นเรื่องราวของ คนสองคน ที่บังเอิญต้องมาเจอกัน เดินทางไปด้วยกัน และสุดท้ายทั้งคู่ตกลงกันแบบฮาๆ สนุกๆ ว่าเราจะไม่รู้จักชื่อกัน ความมันส์ และความสนุก จึงเกิดขึ้น เราจะทำอย่างไรให้หนังเรื่องนี้ทั้งสนุก ขำ และซึ้ง ครบรส เป็นอะไรที่ท้าทายมากๆ ครับ และเรื่องนี้







 เราได้เต๋อ ฉันทวิชช์ พระเอกของเรื่องมาช่วยเขียนบทด้วยเรื่องนี้ ซึ่งเต๋อ ทุ่มเทมากครับ เราเขียนบทกันหามรุ่งหามค่ำนานหลายเดือนเพื่อให้บทออกมาดีที่สุด และคาแร็กเตอร์พระเอกเรื่องนี้ เหมาะกับเต๋อมาก เขาจะไม่ซ้ำทางพระเอกคนไหน คาแร็กเตอร์ตัวจริงของเต๋อจะเป็นคนกวนมาก แต่จะเป็นกวนในแนวใจกล้า มีความปัญญาอ่อนบางอย่างอยู๋ในตัว ที่ทำออกมาแล้วมีเสน่ห์ในแบบฉบับของเต๋อ ส่วนหนูนา เล่นดีมากครับ กว่าจะได้น้องหนูนามา ต้องผ่านการคัดเลือกจากโครงการสักส์ปั้นดาว จากสาวๆ กว่า 1500 คน จากทั่วประเทศ นางเอกเรื่องนี้นอกจากความสวยแล้ว ต้องมีความกล้าบ้าบิ่นบางอย่าง และหนูนาเล่นได้ดีมากครับ อยากรู้ว่าจะสนุกครบรสแค่ไหน 19 สิงหานี้ ไปให้กำลังใจกันนะครับ”





 “กวน มึน โฮ” หนังโฮแมนติก กวนมิดี้ 19 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

 

 

 


				2010-06-29 17:38:14 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ฤกษ์งามยามดีประจวบเหมาะ วันนี้เราจะพาทุก ๆ ท่านไปเที่ยวชมเบื้องหลังการถ่ายทำฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง “หลวงพี่เท่ง 3” ผลงานการกำกับของผู้กำกับอารมณ์ดี “โน้ต เชิญยิ้ม” ที่วัดเสาธงทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งดาราที่เข้าฉากในวันนี้ มี อุ๋ย บุดดาเบลส, ชูศรี เชิญยิ้ม, น้อย โพธิ์งาม, โย่ง เชิญยิ้ม ฯลฯ  เรื่องราวที่ถ่ายทำกันในวันนี้เป็นตอนที่แห่นาคเข้าโบสถ์ของ พระประเสริฐ (อุ๋ย บุดดาเบลส)  ที่ต้องบวชตามคำขอของแม่  แม่ของนาค (น้อย โพธิ์งาม)  งานนี้ทีมงานจัดเตรียมพิธีการให้เหมือนจริงทุกประการ ใครไม่เคยเห็นบรรยากาศการแห่นาคเข้าโบสถ์แบบโบราณหาดูได้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นม้าแกลบที่แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างครบครัน ขบวนแห่ที่นำทีมโดยสาวประเภท 2 แต่งตัวด้วยสีสีนจัดจ้านสุด ๆ


 การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพราะเมื่อเริ่มเสียงโห่ปุ๊บ เสียงกลองยาวขึ้น สาวประเภท 2 ก็นำทีมออกทั้งเสต็ปและลีลาเต็มที่ เรียกว่าแค่ยืนดูก็ฮาสนั่น ชาวบ้านที่มามุงดูการถ่ายทำอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้ แม้ว่าอากาศร้อนจะเป็นอุปสรรค และการถ่ายทำจะใช้เวลานาน เนื่องจากเป็นฉากสำคัญ ผู้กำกับต้องการเก็บภาพไว้หลาย ๆ มุม แม้เหงื่อจะตกกันทุกคน แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ นับเป็นฉากที่สนุกสนานท่ามกลางความร้อนที่ใครเห็นก็เกิดรอยยิ้ม และงานนี้ปิดท้ายความฮาที่ฉากหน้าโบสถ์ ตามบทสาวประเภท 2 ที่เต้นเด้งหน้าเด้งหลังอยู่ต้องมาเด้งใกล้ ๆ ม้าแกลบที่ก็ไม่รู้ว่าอารมณ์มันจะเสีย เพราะคนมีเข้าไปวุ่นวายอยู่ใกล้  อีกทั้งความร้อนของอากาศจะทำมันหงุดหงิดจนไม่ยอมทำตามคำสั่งหรือเปล่า  แต่ผิดถนัดมันเต้นเด้งหน้าเด้งหลังจนนาคเกือบหงายตกหลังม้าอยู่หลายรอบ  เล่นเอาชุลมุนวุ่นวายกันทั้งขบวน แต่กลับเป็นภาพที่ผู้กำกับฯต้องการ งานนี้ม้าเลยได้หน้า รับรางวัลในฐานที่แสดงถูกใจผู้กำกับฯมากกว่าใคร ไปครอง

               

“ในเรื่องนี้ผมเล่นเป็นพระประเสริฐครับ ผมมีอาชีพเต้นคาบาเร่ย์โชว์ คือไม่ได้เป็นกระเทยนะ แต่ต้องทำอาชีพนี้ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว อาชีพเก่าเป็นตลกคาเฟ่มาก่อน การพูดจาอะไรก็จะมีมุกกวน ๆ อยู่ตลอดเวลา ตอนแรกที่พี่โน้ตติดต่อให้มาเล่นบทนี้ ดีใจมากนะครับ ดีใจที่จะได้ร่วมงานกับพี่โน้ตอีกครั้ง แต่ก็กังวลใจเหมือนกัน เพราะว่าเล่นเป็นพระต้องโกนหัวโกนคิ้วจริงๆ ซึ่งผมไม่อยากโกนคิ้ว พี่โน้ตก็บอกว่าไม่ต้องโกนหมดก็ได้ แต่พอมาเข้าฉากจริง ๆ ผมดูแล้วว่าถ้าเกิดไม่โกนหมดมันดูน่าเกลียด ไม่เหมือนจริง ก็เลยโกน เลยดีกว่า



            สำหรับการถ่ายทำวันนี้ก็สนุกสนานดีครับ มีพี่ ๆ ดาราตลกที่เป็นไอดอลของผมมาร่วมเข้าฉากกันมากมาย โดยเฉพาะพี่ชูศรี ผมชื่นชอบพี่เขามาก ๆ พอเจอหน้าพี่เขาปุ๊บ ผมเขินมากเลยครับ ไม่กล้าพูดอะไรเลย เขินจริง ๆ (หัวเราะ) ส่วนความยากในวันนี้คงเป็นฉากที่ผมจะต้องขี่ม้าแกลบแห่รอบโฐสถ์ ตอนแรกที่ขี่เหว่อมากครับ เพราะม้ามันอารมณ์ดีคึกคักมากเลย มันเต้นประกอบจังหวะกลองยาว แบบเด้งแรงมาก ผมก็กลัวจะร่วงลงมา นั่งเกร็งสุด ๆ ทรมานมาก ๆ (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี ยังไงผมก็ขอฝากหนังเรื่องนี้เอาไว้ด้วยนะครับ ผมทุ่มทุนสร้างมาก โกนหัวโกนคิ้วเล่นกันเลยทีเดียว ผมเต็มที่มาก ๆ เล่นหนังเรื่องแรกเป็นทหาร เล่นเรื่องสองเป็นพระ จะเป็นยังไง ต้องติดตามดูกันนะครับ” อุ๋ย บุดดาเบลสกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม

 

            หลวงพี่เท่ง 3 ผลงานอารมณ์ดีแบบมีสาระจากค่ายพระนครฟิลม์ ผลงานการกำกับโดย โน้ต เชิญยิ้ม นำแสดงโดย น้อย วงพรู, อุ๋ย บุดด้าเบลส, เอ็ม บุดดาเบล, โต้ง บุดดาเบลส, แอ๊ด คาราบาว, แจ๊ค แฟนฉัน, โก๊ะตี๋ อารามบอย, เด๋อ ดอกสะเดา, แก๊งค์สามช่า ก๊อปปี้, แจ็ค แฟนฉัน, น้อย โพธิ์งาม และนักแสดงอีกคับคั่ง พบกัน 12 สิงหาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์

 


				2010-06-29 11:55:02 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	


 “ภาพยนตร์เรื่อง KNIGHT AND DAY หรือ ไนท์ แอนด์ เดย์ โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย นี่เต็มเปี่ยมไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรักเลยครับ” ทอม ครูซ (Tom Cruise) กล่าว “มันลงตัวทั้งแอ็คชั่น, เฮฮา, และยังมีตัวละครที่สดใหม่แต่ไม่ถึงกับหลุดโลกจนเทียบชั้นปุถุชนไม่ได้ไง ไหนจะยังอาศัยเรื่องราวความรักที่เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศให้สัมผัสได้อย่างซาบซึ้งใจอีกด้วย ผมประทับเค้าโครงเรื่องของหนังตรงที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับ รอย และ จูน ล้วนผ่านสถานการณ์แอ็คชั่นสุดมันส์ คาเมร่อนกับผมรู้สึกได้เลยว่าความท้าทายและความสนุกสนานของงานนี้อยู่ตรงที่ เราจะต้องหาแสดงให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของบทบาทที่เราได้รับท่ามกลางสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายตลอดเวลา จะต้องแสดงให้เห็นว่าทั้ง รอย และ จูน ดึงศักยภาพของกันและกันออกมาใช้ได้อย่างลงตัวสุด ๆ ซึ่งผมว่านั่นเป็นแนวคิดที่โรแมนติคสุด ๆ เลยครับ”



คาเมร่อน ดิแอซ (Cameron Diaz) ตกปากรับคำแสดงบทนำทันทีที่รู้ว่า ครูซ จะเป็นพระเอก เธอปลื้มที่คู่พระคู่นางจะได้แสดงบทบาทรับส่งกันอย่างเข้าขา ทั้งเรื่องราวความรัก, โอกาสที่จะได้ผจญภัยไปยังสถานที่ต่าง ๆ ร่วมกับนักแสดงหนุ่มหล่อ “ฉันสนใจหนังเรื่อง KNIGHT AND DAY หรือ ไนท์ แอนด์ เดย์ โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย ไม่ใช่แค่เพราะแอ็คชั่นเหนือชั้น แต่เพราะเรื่องราวความรักแสนดูดดื่มที่ดึงให้คนจากโลกที่ต่างกันสุดขั้วมาลงเอยกันได้” ดิแอซกล่าว “รอยกับจูนดึงศักยภาพของกันและกันออกมาได้อย่างน่าสนใจและอีกฝ่ายก็คาดไม่ถึงว่าจะมีความสามารถนั้น ๆ ซุกซ่อนอยู่ในตนเอง ฉันเองก็คิดว่าน่าจะสนุกไม่น้อยที่จะได้ระห่ำไปพร้อม ๆ กับทอมระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่องนี้”  ผู้กำกับภาพยนตร์ เจมส์ แมนโกลด์ (James Mangold) ขึ้นชื่อเรื่องมีกลเม็ดเชิงสร้างสรรค์มุมมองแปลกใหม่ให้กับผลงานแนวคลาสสิค เขาเพิ่งกำกับภาพยนตร์ชีวประวัติของจอห์นนี่ แคช (Johnny Cash) เรื่อง Walk the Line ที่คว้ารางวัลออสการ์ (Oscar®-winning) มาครอง และ 3:10 To Yuma ภาพยนตร์แนวสิงห์ตะวันตกที่เดินเรื่องกระชับฉับไวและเฉลียวฉลาดมาก ๆ บัดนี้เขาจะแสดงฝีไม้ลายมือขั้นก้าวกระโดดด้วยการผสมผสานแอ็คชั่นสุดระห่ำของพยัคฆ์ร้ายสายลับ เข้ากับ เรื่องราวความรักสุดปราดเปรื่อง และถมฉากไล่ล่าท้ามฤตยู, การต่อสู้ฉากแล้วฉากเล่า, และซ่อนเร้นหลบหนีท่ามกลางกลิ่นไอรักรัญจวนที่เต็มไปด้วยความหรูหรา และเฮฮา  

 



ภาพยนตร์เรื่อง KNIGHT AND DAY หรือ ไนท์ แอนด์ เดย์ โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย แตกต่างไปจากภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นในระดับเดียวกันตรงที่
เค้าโครงเรื่องของภาพยนตร์ไม่ได้อ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูน, ไม่ได้สร้างดัดแปลงจากซีรี่ย์ทางโทรทัศน์, หรือสร้างจากภาพยนตร์ภาคต่อใด ๆ ทั้งสิ้น หากแต่เกิดจากสมองของแพทริค โอนีล (Patrick O’Neill) ที่ร่างขึ้นมาคร่าว ๆ โดยแท้
แมนโกลด์มองว่า นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้สร้างสรรค์มุมมองใหม่ให้กับผลงานแนวคลาสสิคอีกครั้ง “เรามองว่าหนังเรื่อง KNIGHT AND DAY หรือ ไนท์ แอนด์ เดย์ โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย นี่จะเป็นผลงานพลิกโฉมหน้าหนังแนวที่เคยเป็นดาวเด่นของฮอลลีวู้ด (Hollywood) เลยล่ะ หนังเต็มไปด้วยการเดินทางท่องโลก, ความหราหราฟู่ฟ้า, มุขตลกเฮฮา, ความรักแสนโรแมนติค, และการผจญภัยให้มีลุ้นกันตลอด แต่ทั้งหมดนั่นเล่าผ่านตัวละครที่ทันสมัย และฉากแอ็คชั่นที่เข้มข้นและไม่เคยอยู่นิ่งเลยด้วย” เขากล่าว “ในฐานะผู้กำกับที่เคยทำหนังทั้งดราม่าและตลกเฮฮามาแล้วหลายเรื่อง สิ่งหนึ่งที่สำคัญกับผมมากคือจะไม่ยอมปล่อยให้ KNIGHT AND DAY หรือ ไนท์ แอนด์ เดย์ โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย กลายเป็นหนังคล้ายเจมส์ บอนด์ (James Bond) อีกเรื่องแน่ ๆ เราอยากจะทำหนังให้สีสันจัดจ้านกว่านั้น อยากให้เป็นแบบ Charade หรือ North by Northwest มากกว่า แต่จะให้ออกมาเป็นหนังแอ็คชั่นยุคใหม่ที่มีเรื่องราวของหัวใจกุ๊กกิ๊ก ๆ สอดแทรกด้วย เราอยากพาผู้ชมไปท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างสนุกสนาน เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเฮฮา, แต่ตัวละครทุกคนยังให้ความรู้สึกสมจริง และนักแสดงที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ได้อย่างเต็มร้อย”

แมนโกลด์กล่าวต่อไปว่า “เพื่อให้ได้ผลงานที่ออกมาสมความตั้งใจ เราต้องการนักแสดงที่เหมาะสมที่สุด เรามั่นใจว่า ทั้งทอมและคาเมร่อนตีบทแตกแน่นอน ช่วงหลายปีมานี้เราไม่ได้เห็นทอมแสดงบทบาทอย่างที่เราอยากเห็นเลย และเราอยากเห็นทอมใน KNIGHT AND DAY หรือ ไนท์ แอนด์ เดย์ โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย ที่ดูเป็นปุถุชนและตลกเฮฮา ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้กำกับเขาแสดงเป็นรอย มิลเลอร์ (Roy Miller) ผู้ชายใจพยัคฆ์ที่จู่ ๆ ก็เกิดฉุกคิดขึ้นมาใคร่ครวญว่า แท้ที่จริงแล้วชีวิตของเขาต้องการอะไรกันแน่ จากนั้นโลกทั้งใบของเขาก็เปิดรับคาเมร่อน ดิแอซ (Cameron Diaz) ที่รับบทเป็นจูน ฮาเว่นส์ (June Havens) ที่ก้าวเข้ามาพลิกโลกทั้งใบของเขาให้ต้องทำหรือรู้สึกอย่างที่เขาไม่เคยทำ หรือไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นมาก่อน   ผมชอบอกชอบใจสุดก็ตรงความลงตัวระหว่างความรักแนวพ่อแง่-แม่งอนกับแอ็คชั่นสุดอลังการนี่แหละ”  แมนโกลด์ยังยกระดับความลงตัวระหว่าง เครื่องไม้เครื่องมือของสายลับสุดไฮเทค ให้เข้ากับมุขเฮฮาและความรักแสนโรแมนติค ในขณะเดียวกันก็พาตัวละครเข้าไปเสี่ยงชีวิตเฉียดตายครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเล่าว่า “คำถามสุดฮาที่หนังขยันถามก็คือ ถ้าสายลับที่ร่อนเครื่องบินทั้งลำ หรือแม่แต่ช่วยโลกทั้งใบไว้ได้นี่ จะสามารถรับมือกับความสัมพันธ์ฉันท์ชายหนุ่ม-หญิงสาวไว้ได้หรือไม่ คู่พระ-คู่นางที่ต่างกันสุดขั้ว หญิงสาวที่ได้แต่เฝ้าฝันแต่ไม่เคยลงมือทำอะไรจริงจังให้เป็นจริง มาเจอกับชายหนุ่มที่ตะลุยมาแล้วทั่วโลกแต่หาหัวใจของตัวเองไม่เจอ ช่างเป็นการประสานงาของความปรารถนาที่ต่างกันสุดขั้วแต่ดึงดูดเข้าหากันตั้งแต่แรกพบเลยก็ว่าได้”  
ไนท์ แอนด์ เดย์     โคตรคนพยัคฆ์ร้ายกับหวานใจมหาประลัย
24 มิถุนายน 2010 ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น


				2010-06-28 19:49:53 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

สิ้นสุดการรอคอย เมื่อค่ำคืนของวันที่ 24 มิถุนายน ทีมนักแสดงของ “แวมไพร์ ทไวไลท์ อิคลิปส์” ได้ไปปรากฏตัวที่ โนเกีย เธียเตอร์ ในเมืองลอส แองเจลิส เพื่อร่วมงานเปิดตัว เวิล์ด พรีเมียร์ ของมหากาพย์แวมไพร์ภาคล่าสุด ท่ามกลางแฟนๆนับพันคน ที่มาตั้งแค้มป์รอบๆสถานที่จัดงาน เพื่อรอพบกับทีมนักแสดงก่อนหน้านี้เป็นเวลาถึง 4 วัน  งานพรมแดงเริ่มต้นด้วยการปรากฏตัวของนักแสดงหลักทั้งสามคน โรเบิร์ต แพททินสัน, เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ และ คริสเต็น สจ๊วต โดย คริสเต็น มาในชุดสีขาวขนนกเปิดไหล่สุดเซ็กซี่ ส่วน เทยเลอร์ ก็มาในสูทอาร์มานีสีดำที่ดูเรียบหรูแต่ความเท่กินขาด ในขณะที่ โรเบิร์ต ก็มาแหวกแนวด้วยการสวมสูทและกางเกงสีเลือดหมู แต่ก็ดูเท่ไปอีกแบบ โดยนักแสดงทั้งสามต่างใช้เวลานับชั่วโมงในการหยุดถ่ายรูปและแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ ที่เข้ามารอพบ เอ็ดเวิร์ด เบลล่า และ เจคอบ ตัวเป็นๆอย่างอดทนตลอดระยะเวลา 4 วัน



โรเบิร์ต แพททินสัน
ได้หยุดเพื่อคุยกับผู้สื่อข่าว โดยเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีกับ แวมไพร์ ทไวไลท์ ว่า “ผมรักการแสดง ผมไม่เคยเบื่อหรือเหนื่อยกับการพบปะกับแฟนๆ พวกเขาคือคนที่ทำให้ผมเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ การได้ร่วมงานกับทุกคนใน แวมไพร์ ทไวไลท์ เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ทุกคนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม ผมสนุกกับการแสดงใน Eclipse และผมก็นับวันรอที่จะได้กลับไปร่วมงานกับทุกคนอีกครั้งใน Breaking Dawn”
ในขณะที่ คริสเต็น สจ๊วต ถูกถามถึงฉากที่เธอต้องจูบกับ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ว่า "ความจริงมันก็เหมือนกับฉากอื่นๆ คือคุณต้องทำมันออกมาถูกต้องตามอารมณ์ความรู้สึก เทย์เลอร์ คือเพื่อนสนิทของฉัน แต่การต้องจูบเขาบนยอดภูเขาถือเป็นประสบการณ์ที่แปลก แล้วตั้งแต่นั้นมาเวลาฉันต้องจูบเขา ตัวเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆเหมือนกัน (หัวเราะ)"



โดยเธอยังเล่าถึงกระแสตอบรับของแฟนๆในภาคนี้อีกว่า "พลังงานในสถานที่แห่งนั้มันเยอะจนไม่น่าเชื่อ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแฟนๆ ฉันตื่นเต้นไม่ต่างจากพวกเธอ ถึงแม้ว่าตัวเองจะรู้สึกประหม่านิดหน่อยเมื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่คุณหาไม่ได้อีกแล้ว"  เทยเลอร์ เลาท์เนอร์ ก็ได้เล่าถึงความรู้สึกในงานเปิดตัว Eclipse ว่า “วินาทีแรกที่ผมก้าวเข้ามาในพรมแดง ความรู้สึกของผมก็คือความตื่นเต้น คือมันมีทั้งความตื่นเต้นและความกดดัน เพราะว่าคุณต้องปฏิบัติไม่ให้พวกเขารู้สึกผิดหวัง แต่ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกโชคดีที่ตัวเองได้มาอยู่ตรงนี้ และผมก็ได้รับแรงใจที่ดีจากทุกคน" ในขณะที่ทีมนักแสดงคนอื่นที่มาร่วมงานเปิดตัวตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อทักทายแฟนๆที่มาตั้งแค้มป์ และเรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่น้อยหน้ากันทั้ง เคลแลน ลุทส์ ที่รับบทเป็น เอ็มเม็ท มาพร้อมกับแฟนสาว แอนนา ลินน์ แม็คคอร์ด, ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี่ ที่รับบทเป็น คุณหมอคาร์ไลล์ มาพร้อมกับภรรยา เจนนิเฟอร์ การ์ธ รวมถึงนักแสดงที่รับบทเป็นคนในครอบครัวคัลเลนอย่าง แอชลี่ย์ กรีน, นิคกี้ รีด และ แจ็คสัน รัทซ์โบน
ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี่ ได้พูดถึงการเดินทางมาร่วมงานก่อนวันนึงว่า “ผมและ เคลแลน ได้เดินทางมาแค้มป์ของแฟนๆเพื่อแจกลายเซ็นและถ่ายรูปกับพวกเขา ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆที่ได้รับการสนับสนุนขนาดนี้ ผมต้องการให้พวกเขาได้รู้ว่า พวกเราไม่ได้เพิกเฉยกับเสียงตอบรับของแฟนๆ” ในขณะที่ เคลแลน ลุทส์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวถึงปรากฏการณ์ แวมไพร์ ทไวไลท์ ที่เกิดขึ้นว่า "พวกเราคงไม่มีวันนี้ถ้าปราศจากแฟนๆที่ให้การต้อนรับ เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และผมคิดว่า Eclipse จะเป็นการตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับแฟนๆทุกคน”









กลุ่มนักแสดงที่ทยอยมาร่วมงานเปิดตัวประกอบไปด้วย ดาโกต้า แฟนนิ่ง ที่รับบทเป็น เจน ผู้คุมกฏของแวมไพร์โวลตูรี่, ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด ที่รับบทเป็น วิคตอเรีย แวมไพร์สาวผมแดงจอมอาฆาต, โจเดลล์ เฟอร์แลนด์ ผู้รับบทเป็น บรี แวมไพร์เด็กจากกลุ่มแวมไพร์เลือดใหม่ รวมถึงทีมนักแสดงคนอื่นอย่าง จูเลีย โจนส์ ที่รับบทเป็น ลีอาห์ เคลียร์วอเตอร์ หมาป่าสาวคนเดียวแห่งเผ่าควิลยูต, อเล็ค มาราซ ที่รับบทเป็น พอล หมาป่าขี้โมโห และ บูบู สจ๊วต ที่รับบทเป็น เซ็ธ เคลียร์วอเตอร์ รวมถึงผู้ให้กำเนิดปรากฏการณ์ แวมไพร์ ทไวไลท์ อย่าง สเตฟานี่ย์ เมเยอร์ ที่พูดถึงภาคนี้ว่า “มันเจ๋งมาก Eclipse เป็นภาคที่สนุกที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย หนังดีหรือไม่สำหรับฉันคือการที่ตัวเองรู้สึกสนุกไปกับมันมากแค่ไหน ซึ่งในภาคนี้ฉันก็รู้สึกสนุกไปกับมันที่สุดแล้ว"







ในขณะเดียวกันเหล่าดาราฮอลลิวู้ดที่เข้ามาร่วมในงานเปิดตัวก็ประกอบไปด้วย เจเดน สมิธ ลูกชายของ วิล สมิธ ที่เพิ่งมีผลงานเรื่อง The Karate Kids, คิม คาดาชีอัน เซเล็ปสาวคนดังแห่งวงการฮอลลิวู้ด, เจมี่ คิง ดาราสาวจาก Sin City, แอมเบอร์ โรส, รวมถึง เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ดาราสาวคนดัง ที่ถือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ แวมไพร์ ทไวไลท์ โดยเธอพูดถึงเหตุผลในการมาร่วมงานเปิดตัวว่า “ฉันชอบ ทไวไลท์ ตั้งแต่เป็นวรรณกรรม และเมื่อมันถูกสร้างเป็นหนัง ฉันก็ไม่เคยพลาดงานเปิดตัวที่แอลเอเลยสักครั้ง ฉันรู้จักกับ คริสเต็น สจ๊วต และชื่นชอบการแสดงของเธอในบทบาท เบลล่า มันเหมือนกับที่ฉันจินตนาการไว้ทุกอย่าง หนังสือเล่มสามถือเป็นเล่มโปรดของฉัน และฉันคิดว่า Eclipse จะต้องเป็นภาคที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน” เมื่อถูกถามว่าเธอเป็น ทีมเอ็ดเวิร์ด หรือ ทีมเจคอบ เจนนิเฟอร์ เลิฟ ฮิววิตต์ ตอบว่า "ทีมเอ็ดเวิร์ดค่ะ (หัวเราะ) ฉันจำได้ว่าตัวเองพยายามเจอ ร็อบ ในงานเปิดตัว New Moon เมื่อปีที่แล้ว ฉันต้องเข้าคิวเป็นเวลากว่าชั่วโมงครึ่ง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ออกจากงานไปก่อน แต่ในที่สุดในปีนี้ฉันก็ได้พบกับ ร็อบ ตัวจริงเสียงจริงสักที (หัวเราะ)”  โดยวิดีโองานเปิดตัว แวมไพร์ ทไวไลท์ อิคลิปส์ ถูกถ่ายถอดสดไปทั่วทั้งอินเตอร์เน็ต โดยใน Official Twilight Account ของ Youtube มียอดผู้เข้าชมรวมแล้วกว่า 67 ล้านครั้งจนถึงปัจจุบัน และมียอดผู้สมัครเป็นสมาชิกเป็นอันดับหนึ่งของเว็บไซต์ ในขณะที่ Official Twilight Account ของ Twitter ที่โพสลิงค์วิดีโองานเปิดตัว ก็มีผู้ใช้ทวิตเตอร์คลิ๊กเข้าชมการถ่ายทอดสดมากกว่า 1.5 ล้านคนภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง



โรเบิร์ต แพททินสัน เข้างาน



 ภาพหมู่สามนักแสดงนำ



เคลแลน ลุทส์ และ แอชลี่ย์ กรีน



 แอนนา เคนดริก  



 จูเลีย โจนส์



				2010-06-24 12:56:49 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ตอนนี้เราอยู่ที่สตูดิโอ  ทรับเบิ้ลเมคเกอร์กับโรเบิร์ต  โรดริเกซ เพื่อคุยถึงโปรเจคต์ใหม่ของเขา  นั่นคือภาพยนตร์  Predators

ถาม :  คุณเริ่มเป็นแฟนหนัง  Predator ตั้งแต่เมื่อไร

ตอบ :  เริ่มจากหนังครับ  ผมจำได้ว่า  ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกกับพี่ชาย  ตอนเราอยู่ที่ซานอันโตนิโอ  พี่ชายผมเป็นนักเพาะกาย  เราเลยดูหนังทุกเรื่องที่อาร์โนลด์  ชวาสเนกเกอร์เล่นรวมทั้ง Predator ซึ่งผมชอบมาก  และนำเอาแนวหนังมาทำหนังของตัวเองในเวลาต่อมา  คือเป็นหนังแนวผสม เช่น From Dusk till Dawn และ Planet Terror รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่นำเอา 2 หรือ 3 หรือ 4 แนวมาผสานรวมกัน  Predator เป็นแนวบู๊ล้างผลาญ ที่ผสมกับแนวไซไฟ  ผมว่ามันออกมาดีมาก  มีประสิทธิภาพมากจริงๆ

ถาม :  อะไรทำให้คุณอยากทำโปรเจคต์นี้ 

ตอบ :  กลับไปยังปี 1995 ผมได้รับการขอให้เขียนเรื่อง Predator ให้กับฟ็อกซ์  ผมพอมีเวลาอยู่บ้างก่อนที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Desperado  ผมก็เขียนให้โดยไม่ได้กำกับและด้วยความที่ไม่ต้องกำกับ  ผมเลยทำให้มันระห่ำได้เต็มที่เท่าที่ต้องการ  ผมให้เรื่องเกิดบนอีกโลกหนึ่งแล้วก็มีกลุ่ม Predators  ผมไม่ต้องพะวงเรื่องงบประมาณในการสร้างเลยเสกสรรให้เป็นยังไงก็ได้  พอผมส่งงานเสร็จก็ไปทำงานทำหนังของผมต่อ และดูเหมือนว่าจะลืมมันไปเลยด้วยซ้ำ  พวกเขาก็ทำภาพยนตร์เรื่อง Alien vs. Predator  ขึ้นมา  จนกระทั่งปีที่แล้วโปรเจกต์นี้ก็ถูกนำกลับมาให้ผมอีก  ฟ็อกซ์ถามผมว่าสนใจจะกำกับหรือจะโปรดิวซ์ที่สตูดิโอของผม  พวกเขาต้องการนำซีรี่ส์นี้กลับมาทำใหม่  และใช้บทที่ผมเขียน  ผมเลือกที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ให้เพราะไม่สามารถกำกับได้  เนื่องจากกำลังเร่งกำกับภาพยนตร์อีกเรื่องนึงอยู่  ซึ่งต้องเข้าฉายในซัมเมอร์นั้น



ถาม :  เวอร์ชั่นใหม่กับเวอร์ชั่นในปี 1980 มีความสร้างสรรค์ต่างกันอย่างไร

ตอบ :  ตัวละครใน Predator มีความคลาสสิค  วิธีที่เราใช้จะไม่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูตอนที่ 5 ในซีรี่ส์แต่จะเหมือนคุณกำลังดูตอนแรก  ซึ่งมีความจริงจัง น่าสะพรึงกลัว  นั่นคือความรู้สึกตอนที่คนดูยังไม่รู้จักกับสัตว์ร้ายเหล่านี้  และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องใช้นักแสดงที่ฝีมือเยี่ยมจริงๆ ก็เพื่อให้คุณเชื่อในสิ่งที่นักแสดงเชื่อ  แล้วภาพยนตร์ก็จะมีความตื่นตาตื่นใจ  กลับมาสดใหม่อีกครั้ง  ราวกับเป็นครั้งแรกที่คุณได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้

ถาม :  ภาพยนตร์ของคุณสามารถตอบสนองความต้องการของแฟนหนังที่ต้องการฉากแอคชั่นและความรุนแรงที่มากขึ้นได้หรือไม่

ตอบ :  หนังของผมเป็นประเภทเลือดท่วมจอ  เป็นหนังแอคชั่นแนวเขย่าขวัญ แต่ด้วยความเป็นหนังที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร เป็นหนังที่คนดูจะรู้สึกรักและเป็นห่วงตัวละคร  อย่าง Alien ภาคแรก หรือ Aliens ของเจมส์  คาเมรอน หรือ Predator เวอร์ชั่นแรก  เราต้องการเร้าความรู้สึกของคนดู  เมื่อเขารักตัวละครก็ไม่อยากให้เกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับตัวละคร 
แต่แน่ละยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น   มันเป็นไอเดียของหนัง



ถาม :  Predators เวอร์ชั่นใหม่มีความลงตัวในลำดับเหตุการณ์ของภาพยนตร์ชุดนี้อย่างไรบ้าง

ตอบ :  ผมเริ่มพิจารณาที่จะกลับมาทำหนังเรื่องนี้อีกหลังจากมี Predator 2 ออกมา  ผมต้องแกล้งทำราวกับว่าไม่เคยมี Predator 2อยู่เลย และกลับไปที่ Predator 1 เท่านั้น แล้วทำเวอร์ชั่นนี้ตามออกมา  ดังนั้นจึงเคยมีเรื่อง Predator และนี่ก็คือ Predators เหมือน Alien กับ Aliens คุณไม่จำเป็นต้องเคยดูอีกเวอร์ชั่นหนึ่งถึงจะดูรู้เรื่อง  เวอร์ชั่นนี้มีการเรียงลำดับเหตุการณ์อย่างดีต่อจากเวอร์ชั่นแรกและมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่บ้าง  คุณสามารถชมเวอร์ชั่นใหม่เพียงอย่างเดียวก็รู้เรื่อง  แต่ผมก็อยากให้คุณดูเวอร์ชั่นแรกด้วย

ถาม :  เราคาดหวังอะไรจาก Predators เวอร์ชั่นใหม่ได้บ้าง

ตอบ :  ตัว Predators ในเวอร์ชั่นใหม่มีมากกว่าหนึ่งชนิด มีมากกว่าหนึ่งเผ่าพันธุ์ และมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต มนุษย์ไม่ใช่เหยื่อชนิดเดียวบนดาวแห่งนี้  Predators  มีวิวัฒนาการและพัฒนาความเป็นนักล่าของตัวเองโดยเรียนรู้จากสิ่งมีชีวิตที่พวกมันล่า  เราจะได้เห็น Predators จากเผ่าพันธุ์ต่างๆ กัน  พวกมันซาดิสต์และชั่วร้ายมากขึ้นมันจะทำทุกอย่างเพื่อเป็นผู้ชนะ

ถาม :  มีอาวุธใหม่ๆ ของ Predator บ้างไหม

ตอบ :  มีมากเพราะพวกมันมีพัฒนาการจากการล่าเหยื่อชนิดต่างๆ และพวกมันพัฒนาขึ้นมากจากเมื่อครั้งที่คุณเคยเห็น  พวกมันมีเทคนิคการล่าใหม่ๆ และอาวุธใหม่ๆ  พวกมันตื่นเต้นกับความโหดร้ายที่จะเกิดขึ้น  เราเพิ่งเริ่มทำเอฟเฟ็คต์กัน และเป็นสิ่งน่าตื่นเต้นที่จะเห็นเอฟเฟ็คต์เสร็จ

ถาม :  คุณจะนำอาวุธเก่าๆ ของ Predator กลับมาใช้อีกไหม
ตอบ :  เรายังรักษาสิ่งที่เราชอบจากเวอร์ชั่นแรก  และเพิ่มเติมสิ่งใหม่เข้าไป  พวกเขายังคงมีกล้องกับมีดดาบอยู่ในมือ  นั่นคือจุดตั้งต้นและเราต่อเติมจากตรงนั้น

ถาม :  เลือดของ Predators มีสีอะไร ?

ตอบ :  เอ่อ  มีความคลาสสิคของ Predators แบบออริจินัล เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของผมตั้งแต่เริ่มเรื่องแล้ว  พวกตัวละครต้องเผชิญหน้ากับ Predator ชนิดเดียวกับที่คุณเห็นในเวอร์ชั่นแรก เป็นเผ่าพันธุ์เดิม  หน้าเดิม  ร่างกายเดิมอาวุธเดิม  เหมือนกับตอนที่อาร์โนลด์เล่น  ซึ่งหลังจากนั้นมีการเปลี่ยนดีไซน์ไปมาก  จนคุณจำพวกมันไม่ค่อยได้  จึงเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นของออริจินัล และสีเลือดก็ยังเป็นสีเดิม  ส่วน Predators ตัวใหม่ๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะให้สีเลือดพวกมันเป็นสีอะไร  เราใช้ของเหลวในการถ่ายทำ แต่สีก็สามารถเปลี่ยนได้หมด



ถาม :  ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวละครที่เป็นมนุษย์ให้ฟังหน่อย

ตอบ :  ตัวละครของเราเป็นนักฆ่าจากทั่วโลก และมาจากทุกชนชั้น  คนหนึ่งมาจากแก็งค์ยาเสพติด  คนหนึ่งเป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย  อีกคนเป็นทหารรับจ้าง  อีกคนเป็นมือปืนซุ่มยิงส่วนอีกคนเป็นนักโทษแดนประหาร  ไอเดียมีอยู่ว่า Predators พัฒนาผ่านการสู้รบและการล่า  ดังนั้นมันจึงเลือกศึกษาคนต่างๆ เหล่านี้  เพื่อดูว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ต่างๆ อย่างไร พวกมันไม่ต้องการคนกลุ่มเดิมๆ และจะไม่ล่ากลุ่มคนที่มีลักษณะเหมือนๆ กัน  เพราะมันไม่ต้องการเหยื่อชนิดเดียว  พวกมันจะล่าคนที่มีความคิดจิตใจแตกต่างออกไป  แล้วเรียนรู้จากคนพวกนั้น  โดยเฉพาะคนที่สามารถต่อกรกับมันได้  มันจะสนใจมากเป็นพิเศษ  เพราะนั่นคือคนที่ทำให้มันเรียนรู้ได้มากที่สุด  มันต้องการความท้าทายจากเหยื่อที่ไม่เหมือนกัน

ถาม :  คุณคัดเลือกแดนนี่  เทรโจ  มาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร

ตอบ :  ผมไม่ใช่คนเลือกแดนนี่มาเล่นเรื่องนี้  พวกเขียนบทต่างหากที่เป็นแฟนหนังของแดนนี่  พวกเขารู้ว่าผมกำลังทำหนังเรื่อง Machete อยู่ เราพยายามคิดถึงตัวละครที่น่าจะมาอยู่เคียงข้าง เอเดรียน  อลิซ และลอเรนซ์  เราอยากให้ตัวละครนั้นเป็นแนวเจสซี เวนทูรา  พวกเขาเขียนบทที่มีตัวละครแนวแดนนี่  เทรโจ โดยไม่อยู่ในบทออริจินัลของผม เราเลยให้แดนนี่เล่น  เขาเองก็รู้สึกสนุกมากในการเล่นเรื่องนี้
 ถาม :  คุณตัดสินใจอย่างไรในการให้หลุยส์  โอซาวา  ชางเฉียน  เล่นเป็น ฮันโซ  นักเลงยากูซา
 
ตอบ :  เราเปิดกว้างในการคัดเลือกตัวแสดง ซึ่งต้องมีบุคลิกลักษณะและหน้าตาที่น่าสนใจ เราเห็นหลุยส์และคิดว่าเขาช่างเหมาะสม  เขามีบุคลิกที่ยิ่งใหญ่ และทันสมัย  ลักษณะของเขาทำให้คนไม่สามารถคาดเดาได้ง่าย  เราต้องเขียนเรื่องเพิ่มเพื่อเป็นแบ็คอัพให้บุคลิกและความเป็นมาของเขา  ความฝันของคนทำหนังก็คือ การได้พบนักแสดงที่สามารถทำให้ตัวละครมีชีวิตขึ้นมาแล้วช่วยให้นักแสดงเหล่านั้นไปถึงตอนจบที่อาจเขียนขึ้นใหม่  คุณอาจมีคอนเซปต์อยู่แล้ว  แต่นั่นยังไม่สมบูรณ์จนกว่าใครคนหนึ่งจะทำให้มันมีชีวิตขึ้นมา  ตัวละครที่หลุยส์เล่นมีความเก่งเฉียบขาด เขาจึงต้องแสดงชนิดที่ผมคิดว่าแฟนหนังต้องตื่นตะลึงในสิ่งที่เขาเล่น

ถาม :  คุณมีการเทรนนักแสดงอย่างไรบ้าง

ตอบ :  อย่างเร็ว  เราเริ่มจ้างเขาเพียงสองสามอาทิตย์ก่อนถ่ายทำ และเริ่มเทรนกันเลยจากสถานที่ที่เป็นฉากของเรื่อง พวกเขาไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนักเช่นเดียวกับตัวละครที่ไม่มีเวลามากนักในการต่อสู้เอาชีวิตรอด  ความฉุกละหุกจึงกลายเป็นตัวช่วยให้นักแสดงมีพลัง  เพราะทุกคนต้องพยายามเร่งตัวเองให้ทันกับบท  ทำให้หนังออกมามีคุณภาพจริงๆ โชคดีที่ทุกคนมีสภาพร่างกายที่พร้อมมาก่อนแล้ว  ทำให้แสดงออกมาได้ดีเมื่อถึงเวลา

ถาม :  อาร์โนลด์  ชวาสเนกเกอร์  จะมาเป็นดารารับเชิญเรื่องนี้หรือไม่ตอบ :  เราหวังพึ่งอาร์โนลด์ไม่ได้เพราะเขาเป็นผู้ว่าการรัฐ  ซึ่งต้องยุ่งอยู่กับสิ่งที่สำคัญกว่า  เราต้องทำหนังของเราให้ดีก่อน  อาจมีบางอย่างในภาพยนตร์ที่ทำให้คนดูนึกถึงเขา  อาจมีบทที่พูดถึงเขา  ผมว่าเราต้องทำหนังให้ดีจริงๆ ถ้าคนชอบมากก็อาจมีภาคต่อ  ซึ่งอาจมีอาร์โนลด์มาเล่นในภาคต่อก็ได้  ผมเคยคุยกับเขาในครั้งที่เขียนเรื่องเมื่อ 15 ปีก่อน  ทำให้รู้ว่าเขารักซีรี่ส์นี้มาก

ถาม :  จะมีคำฮิตติดปากขำๆ เหมือนในเวอร์ชั่นออริจินัลไหมตอบ :  มี  มีเยอะด้วย  เราอยากให้หนังมีคำฮิตติดปากที่คุณเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ถาม :  คุณทำอย่างไรให้ Predator กลับมาสู่ความเป็นเลิศอีกครั้ง
ตอบ :  ความเป็นเลิศมันอยู่ที่ความน่าสะพรึงกลัว  เราค้นพบว่าหนังเรื่องนี้สามารถกลับมาน่ากลัวได้ถ้ากลับไปที่การล่า และลงไปในเทคนิคการล่าของ Predator รวมทั้งเหตุผลที่ทำไมพวกมันถึงได้ตามล่าเรา  ทำไมมันถึงเริ่มสนใจเรา  คุณจะไม่สามารถทนได้กับการเลือกจังหวะล่าของ Predator คุณจะมาถึงหายนะทันทีที่คุณรู้สึกดี  นั่นเป็นแง่มุมหายนะที่เรานำมาเล่นกันมาก  เราทำให้คุณตกหลุมรักตัวละครแล้วก็ทำให้พวกเขาต้องพบกับความสยดสยอง  ซึ่งสิ่งนี้เหมือนกับ Predators อย่างมาก  มันต้องการให้คุณมีหัวจิตหัวใจต่อกัน  มันต้องการให้คุณมีความเป็นมนุษย์เพราะนั่นคือสิ่งที่มันต้องการจะล่า




 




 


				2010-06-23 13:12:40 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	


สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ หัวฟิล์ม ท้ายฟิล์ม ร่วมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์คอเมดี้แฟนตาซีเรื่อง “ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ”  ผลงานกำกับของ พิงค์-พรชัย หงษ์รัตนาภรณ์ ที่ได้คู่พระนางที่ต่างกันสุดขั้วอย่าง ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ (สุดารัตน์ บุตรพรม) ควงแขนหนุ่ม หลุยส์ สก็อต มาประเดิมจอเงินร่วมกันเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยกองทัพเหล่านักแสดงที่แต่งกายเต็มยศสุดแฟนตาซี นาตาลี เดวิส, เกริกหิรัญ แปลกประเสริฐ (เฉิ่ม เชิญยิ้ม), โต อำพล รัตน์วงศ์ และ แฟรงค์ สมเดช แก้วลือ เมื่อวันอังคารที่ 22 มิถุนายนนี้ ณ สยามเซ็นเตอร์ ที่ผ่านมา


 







อ๊บ อ๊บ อ๊บ เสียงกบไม้ดังขึ้นจากฝีมือเหล่าองครักษ์ของเจ้าหญิง คือเสียงบรรยากาศเปิดงานแถลงข่าว และเปิดตัว “เจ้าหญิงตุ๊กกี้” อย่างสง่างามบนเวที ก่อนที่โฆษกพระราชวังปาดังราวี (พิธีกรของงาน) จะกล่าวเข้าสู่พิธีสถาปนาเจ้าหญิงตุ๊กกี้ อีกหนึ่งกิมมิคสร้างเสียงฮาครั้งนี้ โดยเชิญผู้กำกับ ขึ้นสวมมงกุฎให้กับตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ในคราบเจ้าหญิงผู้เลอโฉม พร้อมเปิดตัวคู่ปรับนางร้ายสุดเซ็กซี่ขยี้ใจเหล่าชายหนุ่ม นาตาลี เดวิส และเชิญโอ๋ พาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์สุดเจ๋งผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจ็คต์อลังการความฮาขึ้นร่วมพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์และเรื่องเล่าเม้าท์ขำๆ ในกองถ่าย 
 บรรยากาศความฮางานแถลงข่าว




ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่ของเหล่านักแสดง, ผู้กำกับ และทีมงานภาพยนตร์ พร้อมด้วยผู้บริหารผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, คุณอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริหาร  บริษัทแฮปปี้โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เพื่อเป็นเกียรติในการเปิดตัวเจ้าหญิงครั้งนี้   เตรียมตัวขากรรไกรข้าง เพราะนี่คือภาพยนตร์อลังการความฮา เหนือสามัญชน “ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ” ทุกโรงภาพยนตร์ 22 กรกฎาคมนี้ อ๊บ อ๊บ

				2010-06-21 16:10:12 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

เมื่อเวลา 13.00 น. ขบวน คาราวานอ๊อฟโร๊ด 4X4.in.th รวมพลขับกว่าร้อยชีวิตผนึกกำลังกับทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ “เรา สองสาม คน”  ของค่าย M๓๙ (เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์)ประกอบด้วย “ เจ-มณฑล จิรา , ต้าร์-เผ่าพล เทพหัสดิน ฯ , พลอย- รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล , ยิบโซ - รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์, ไนซ์-จิรภา   ร่วมกิจกรรม  “เรา สองสาม คน รวมพลัง สร้างกำลังใจ (แกร่ง) ให้กรุงเทพฯ” โดยทั้งหมดได้ขับรถคาริเบียนจาก 4 มุมเมืองเป็นขบวนเข้ามาตามถนนเส้นทางต่างๆเพื่อเป็นโชว์ที่สร้างความคึกครื้น   คืนรอยยิ้มให้กับประชาชนที่พบเจอ และ ได้มารวมตัวกันบริเวณจุดนัดพบ ห้างเอสพละนาด รัชดา เพื่อแปรขบวนเป็นรูป “หัวใจ” (แกร่ง)  ซึ่งต้องการสื่อให้เห็นว่าหากทุกคนมีกำลังใจที่แข็งแกร่งจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้อย่างแน่นอน



    โดย “คุณบ๊อบ- ศราวุธ ศรีบูรณะ” เว็บมาสเตอร์ WWW อ๊อฟโร๊ด 4 X 4.in.th ก็ได้เปิดใจว่า “สำหรับการรวมพลครั้งนี้ เรามาทำหน้าที่เหมือนโชว์หนึ่งๆ ที่ทำให้คนที่พบเห็นเกิดรอยยิ้ม เพราะจริงๆที่ผ่านมาขบวนเราก็ทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้ถือเป็น วันครบรอบ 1 เดือนของการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบซึ่งที่ผ่านมาทุกคนก็เกิดความไม่สบายใจ ความกลัว การทำกิจกรรมหลายๆอย่างต้องหยุดชะงักไป พอมาถึงวันนี้พวกเรากทีม 4X4.in.th    ก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนที่พบเจอมีรอยยิ้มและ ความคึกคักเกิดขึ้นในจิตใจ ก็เลยรวมพลเอารถที่แต่งๆกันมาวิ่งโชว์เหมือนเป็นนิทรรศการแห่งความสุขเคลื่อนที่ให้ทุกคนได้ร่วมชมกันครับ” 



   

 “เจ-มณฑล จิรา” ตัวแทนจากภาพยนตร์ เรื่อง “เรา สองสาม คน” ก็ได้เปิดใจว่า “พวกเราทีมนักแสดงก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาสร้างความคึกคักให้กับกรุงเทพครับ อยากให้รู้สึกว่ากรุงเทพยังเป็นเมืองที่น่าอยู่ ถ้าเราร่วมมือร่วมพลังกัน ไม่ยอมแพ้ แล้วก็ทำใจให้ร่าเริงรอยยิ้มก็จะกลับคืนมาแน่นอน สัญญลักษณ์รูปหัวใจที่พี่ๆทีม  เว็บ อ๊อฟโร๊ด 4 X 4.in.th ตั้งใจทำกัน ก็จะเป็นสิ่งพวกเราอยากบอกทุกคนว่าทำใจให้แข็งแกร่ง แล้วเราก็จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้อย่างแน่นอน” 


				2010-06-21 13:07:49 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

รวมทีมนักแสดงวัยรุ่น ชูพลังคนรุ่นใหม่ขอทำดี
รับกระแสความแรงของภาพยนตร์
The Twilight saga : Eclipse แวมไพร์ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์

บริษัทมงคลเมเจอร์  ภาพยนตร์ The Twilight Saga : Eclipse แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์ รวมทีมนักแสดงวัยรุ่น  แอร์ - ภัณฑิลา ฟูกลิ่น (พิธีกรสตอเบอรืรี่ชีสเค้ก, มหาลัย’สยองขวัญ), อร - พัทธ์ธีรา ศรุติพงศ์โภคิน  (สาระแน สิบล้อ), แอนนา รีส (ปืนใหญ่จอมสลัด, มหาลัย’สยองขวัญ), นิว - ปทิตตา อัธยาตมวิทยา (ปายอินเลิฟ ) แป้ง - ชญาณิศา มิเกลลี่  (รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิล์ดปี 2006), น็อต –วายุภัทร์ ภัทร์รุ่งโรจน์  (นายแบบ – โฆษณา)  นำแฟนคลับภาพยนตร์  แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์  ที่มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 1 กรกฏาคมนี้ กว่า 100 ชีวิต  ร่วมบริจาคโลหิต ที่สภากาชาดไทย ในช่วงเที่ยง ของวันที่ 20 มิถุนายน ปี 2010  เพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดของเทพบุตรแวมไพร์เอ็ดเวิร์ด (รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน)   ที่จะมีอายุครบ 110 ปี ในวันนี้  โดยนักแสดง และ แฟนคลับนับร้อย ต่างมาลงทะเบียนเพื่อทำความดีร่วมบริจาคเลือดให้กับแวมไพร์หนุ่มเอ็ดเวิร์ดอย่างเนืองแน่น
จนทำให้อาคารเฉลิมพระเกียรติของสภากาชาดไทยดูแคบไปถนัดตา 
         




“ติดตามแวมไพร์ทไวไลท์ตั้งแต่ภาคแรก ดูสนุกมากครับจนต้องไปหาซื้อหนังสือมาอ่านเพราะอดใจรอภาคต่อไม่ไหว พอรู้ว่าแฟนคลับรวมตัวกันเพื่อมาบริจาคโลหิต ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำประโยชน์ให้สังคม เลยมาร่วมบริจาคด้วยครับเพราะผมก้เป็นแฟนคลับภาพยนตร์คนหนึ่ง“ น็อต – วายุภัทร์ ภัทร์รุ่งโรจน์ เผยถึงแรงบันดาลใจในการร่วมมาบริจาคโลหิตในครั้งนี้  โดยหลังจากที่ตรวจร่างกายและเรียบร้อย  เหล่านักแสดง ได้นำทีมแฟนคลับขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของสภากาชาดไทยเพื่อบริจาคโลหิต ให้กับเทพบุตรแวมไพร์เอ็ดเวิร์ด    “เป็นครั้งแรกที่บริจาคโลหิตค่ะ ... เจ็บ แต่ ก็มีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมดีๆ เพราะนอกจากจะทำดีเพื่อฉลองวันเกิดให้กับ ตัวละครตัวโปรดอย่างแวมไพร์เอ็ดเวิร์ดแล้ว ยังได้ทำดีให้กับสังคมที่กำลังต้องการเลือดไว้สำรองใช้ในประเทศอีกด้วย ... .”
แอนนา รีส กล่าวพร้อมชูสองนิ้ว บนเตียงบริจาคโลหิต  -  



 “เสียดายค่ะ ที่อรน้ำหนักไม่ถึงเลยตรวจร่างกายไม่ผ่าน แต่ก็ขอมาเป็นกำลังใจคอยพยาบาลให้กับเพื่อนๆ แฟนคลับของภาพยนตร์นะคะ เพราะ อร เป็นแฟนคลับตัวยงของภาพยนตร์ แวมไพร์ทไวไลท์เหมือนกัน .. โดยเฉพาะ เอ็ดเวิร์ด เป็นหนุ่มในฝันของอร เลย “อร - พัทธ์ธีรา ศรุติพงศ์โภคิน  กล่าว ด้วยความเสียดาย    “เจ็บแต่ก็...สนุกค่ะ ..ชอบที่ได้ทำดีและทำกิจกรรมร่วมกับคนที่ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนกัน“ นิว - ปทิตตา อัธยาตมวิทยา    -  “ ดีใจที่ได้บริจาคเลือด ให้เอ็ดเวิร์ด ค่ะ”  แป้ง - ชญาณิศา มิเกลลี่   กล่าวติดตลกบนเตียงบริจาค



โดยหลังจากที่บริจาคโลหิตกันเรียบร้อย เหล่านักแสดงและแฟนคลับก็ได้ร่วมกันเขียนการ์ดอวยพรและเก็บภาพความประทับใจในวันนี้เพื่อส่งไปให้ โรเบิร์ต แพททินสัน ผู้รับบทเทพบุตรแวมไพร์ เอ็ดเวิร์ด ที่อเมริกาโดยภาพยนตร์ The Twilight saga : Eclipse แวมไพร์ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์ มีกำหนดฉายในเมืองไทยวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ จากความสำเร็จของภาพยนตร์ แวมไพรืทไวไลท์ภาคแรกที่ทำรายได้ในไทยไป 68 ล้านบาท และ THE TWILIGHT SAGA : NEW MOON ที่กวาดรายได้สู่หลัก 100  ล้านบาทเมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ THE TWILIGHT SAGA : ECLIPSE  หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์  3  คือภาคต่อที่เข้มข้นขึ้นด้วยเนื้อหา ที่จะมาเปลี่ยน รัตติกาล  ให้เป็น ปรากฏการณ์ อีกครั้ง นี่คือภาคที่ 3 ของการต่อสู้เพื่อปกป้อง คนที่ตนรักของทั้งเผ่าพันธุ์แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่า เมื่อ เบลล่า (คริสเตน สจ็วต) ได้ให้คำมั่น แก่ เจน (ดาโกต้า แฟนนิ่ง)  แห่งกลุ่มโวลตูรี่ ที่จะให้เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพตทินสัน) เปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์ เพื่อรักษาความลับของตระกลูคัลเลน และ เผ่าพันธุ์แวมไพร์ไว้กับเธอตลอดไป แต่ เอ็ดเวิร์ด กลับลังเลใจที่จะทำตามคำสัญญานั่น จนทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญกับการจู่โจมของแวมไพร์เพชฒฆาตกลุ่มใหม่ที่มี วิคตอเรีย(ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด) แวมไพร์ผู้มีความแค้นฝังใจในตัวเอ็ดเวิร์ด  เป็นผู้สร้างพวกมันขึ้น ด้วยอันตรายที่คอยคุกคาม เบลล่า ทั้ง 2 ทาง    เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) เพื่อนรักผู้ภักดี  และ ผองเพื่อน หมาป่า ของเขา จึงคอยวนเวียน และคุ้มครองเบลล่าตลอดวันและคืน  จนทำให้ เจคอบ เผลอเผยความในใจที่มีต่อเบลล่าออกมา และเกือบต้องใช้ชีวิตตัวเองเพื่อพิทักษ์เบลล่าจากคมเขี้ยวของ แวมไพร์เพชฌฆาต กลุ่มนั้น  “รอคอยที่จะชมภาพยนตร์ The Twilight saga : Eclipse แวมไพร์ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์ ในวันที่ 1 กรกฏาคมนี้ค่ะ แอร์ชอบที่ ทั้ง แวมไพร์ และ หมาป่าต่างทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ตัวเองรัก ..แอร์ อยากเป็นผุ้หยิงที่โชคดีแบบนางเอกบ้าง” แอร์  ภัณฑิลา ฟูกลิ่น กล่าวปิดท้ายกิจกรรม



“เทพบุตรแวมไพร์”  และ  “นักรบหมาป่า”
สองเผ่าพันธุ์ จะผนึกกำลังคุ้มครองหนึ่งหัวใจ
การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งทไวไลท์กำลังจะระอุ
เปลี่ยนรัตติกาลให้เป็นปรากฏการณ์  1 กรกฎาคมนี้


				2010-06-18 17:19:07 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

หลังจากผ่านไปนานเป็นปี แก๊งค์ซูโม่ก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง  ในภาพยนตร์เรื่อง “ บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ ”  จากค่ายไฟว์สตาร์  โปรดักชั่น  ซึ่งในภาคนี้  “ประพันธ์”  หรือ  ซูโม่เอ๋ (เกรียงไกร อมาตยกุล)  ได้รับบทหนักสุด  เมื่อต้องมารับหน้าที่เขียนบท  คู่กับ  อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์  แม้ปากจะบอกว่าไม่รู้สึกกดดัน  แต่เจ้าตัวยอมรับว่ายากกว่าที่คิดโดย  ซูโม่เอ๋  เปิดเผยความรู้สึกลึกๆ ให้ฟังว่า



“ ถ้าถามว่ากดดันมั้ย  ไม่กดดันเท่าไหร่นะ แต่อาจจะมีบ้างที่ตัวเองรู้สึกกังวลไป
เองอยู่ด้านเดียว
คือ แบบ...เวลาเขียนบทมันเหมือนงานศิลปะอย่างหนึ่ง  สมมติว่าเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคนรักกัน  ก็ต้องสื่อถึงคนที่รักกันให้ได้   และยิ่งถ้าตอนเขียนบทตัวเองดันมีแฟนก็ห้ามทะเลาะกับแฟนนะอันนี้สำคัญมาก  เพราะไม่งั้นมันก็สื่อสารเรื่องความรักได้ค่อนข้างลำบาก  คือการเขียนบทมันต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกจริงๆในขณะนั้น   มันจึงจะสื่อให้ถึงจุดๆนั้นๆได้ครบรสชาติ ”



“ มันยากเหมือนกัน  ตอนที่เขียนบท“ บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ ”    เราไม่ได้เป็นตัว
เองจริงๆแล้วตัวเองก็ไม่ได้เขียนบทได้สนุกขนาดนั้น  เราเขียนแล้วดัดให้เป็นแบบบทที่พี่บัณฑิตเขียนให้ได้มากที่สุด  เพราะพี่บัณฑิตเป็นสุดยอดของบุญชู  ต้องพยายามสวมวิญญาณพี่บัณฑิต  เพื่อให้บทที่เขียนออกมาใกล้เคียงที่สุด
แต่มันก็ดีตรงที่เราเล่นมานานเลยซึมซับหลายๆอย่างจากพี่บัณฑิตไปได้เยอะ เลยไม่เกร็งอะไรมาก  แต่ก็ยากตรงที่ต้องเขียนให้เสร็จตรงเวลาด้วย ”  ไปพิสูจน์ความสนุกของบุญชูภาคนี้กันว่าจะสนุกขนาดไหน  สิงหาคม นี้รู้กัน

 

 

 


				2010-06-17 19:31:38 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

Q: แนะนำตัว และบทบาทคาแรกเตอร์ที่ได้รับของเรื่องตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ กันก่อน
L: สวัสดีครับ ผมหลุยส์ สก็อต ใน ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ ผมก็รับบทเป็น องครักษ์ชื่อ “อ๊บ” คาแรกเตอร์ขององครักษ์อ๊บ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะจริงจังนิดนึง คือจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องที่เขาปฏิบัติอยู่ ซึ่งในเรื่องนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตามหาตัวเจ้าหญิงให้พบ ค่อนข้างจะซีเรียสอยู่ตลอด มุกตลกจะไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ แต่ว่าก็มีเล็กๆน้อยๆเป็นบางช่วง ผมจะมีสมุน ลูกน้ององครักษ์ด้วย ทั้งหมด 3 คน คือ เซบาสเตียน อเล็กซานเดอร์ และคริสโตเฟอร์



Q: ได้ข่าวว่าหลุยส์ต้องเจอสารพัดอุปสรรคในการที่จะต้องถ่ายทอดคาแรคเตอร์นี้มากพอสมควร ถึงกับขนาดบอกว่าเป็นบทที่ยากที่สุดเลยทีเดียว
L: ผมว่าเป็นคาแร็กเตอร์ที่น่าจะเล่นยากที่สุดแล้วในเรื่องนี้ ถ้าถามผมนะ เพราะว่าผมเล่น และต้องเข้าฉากกับแต่ละคน เขาก็จะหลุดบท หมายถึงไม่ได้หลุดแบบตั้งใจนะครับ แต่พวกพี่ๆดาราตลกเขาใส่มุกและลูกเล่นเพิ่มเข้าไปในบท ซึ่งทำให้ผมเองนี่ล่ะที่จะหลุดบท เพราะขำมุกของพวกพี่ๆเขา บางทีก็ทำให้เขวนิดนึง คือผมก็ต้องห้ามหัวเราะ ห้ามหลุดขำ เป็นคนเดียวที่ต้องห้ามหัวเราะ เพราะในบทผมจะต้องทั้งขรึมและเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งมันทำให้บทที่ได้รับของผมยากขึ้นเยอะ
Q : แล้วแบบนี้เวลาถ่ายทำตัวหลุยส์เองมีเทคนิคหรือวิธีการรับมือในตอนเข้าฉากอย่างไรบ้าง

L: พวกพี่เขาตลกหลุดโลกกันขนาดนี้ ผมจะไม่หลุดไม่ได้เลยครับงานนี้ แต่ถ้าผมกลั้นไม่ไหวจริงๆแล้วหลุดขำขึ้นมา ผมก็จะเบือนหน้าหนีไม่ให้กล้องเห็นหน้า ก็จะค่อยๆเขยิบออกจากซีน หรือบางมุกผมก็จะค่อยๆขอตัวออกไปหัวเราะจะดีกว่า ผมเกรงว่าถ้าหลุดขำออกไปแล้วมุกพวกพี่ๆเขาจะไม่สดครับ ถ้าเขาต้องมาเล่นใหม่อีกเทคเดี๋ยวมันจะไม่ฮาเท่าครั้งแรก  หรือบางทีผมก็จะโดนมุกของบรรดาองครักษ์ลูกสมุนของผมเอง พวกพี่เขาจะอ่านข่าวพอเห็นว่ามีข่าวกอสสิบเกี่ยวกับผมก็จะหยิบข่าวของผมมาแซวบ้างล้อบ้าง



Q : เมื่อต้องมารับพระเอก ประกบคู่กับ นางเอกสุดฮ็อต ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง
L: สำหรับพี่ตุ๊กกี้  แค่เห็นพี่ตุ๊กกี้เขาก็ตลกแล้ว พอได้มาร่วมงาน และต้องมารับบทประกบคู่ด้วยกันในเรื่องนี้ ยิ่งทำให้ผมฮาเข้าไปใหญ่เลยครับ คือในบทผมเป็นคนที่ต้องขรึมอยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์องครักษ์อ๊บ จะเอาจริงเอาจัง ต้องมีประเด็น ต้องมีความหมายในสิ่งที่เขาทำ แต่ว่าคาแรกเตอร์ของพี่ตุ๊กกี้เขาจะออกมาปล่อยมุก และก็แกล้งผม มีมุกอำผมตลอด พี่ตุ๊กกี้เป็นคนที่น่ารัก และเต็มไปด้วยพลัง ยิ่งตอนที่เข้าฉากเขาจะมีพลัง ซึ่งผมชอบมากเวลาเข้าฉากร่วมกับพี่ตุ๊กกี้ ทำให้ผมรู้สึกอยากจะเล่นมุกตลกเอาคืนกลับไปบ้าง อยากจะตะโกนหรือปล่อยมุกกลับไปบ้าง อยากจะแกล้งคนนู้นคนนี้บ้าง แต่ว่ามุกของผมจะสู้พวกพี่เขาไม่ได้หรอกครับ การได้มาร่วมงานกับพี่ตุ๊กกี้ครั้งนี้รู้สึกดีใจมากครับ
Q : สำหรับฉากฮาและประทับใจของหลุยส์ คือฉากอะไร
L: ฉากเจ้าหญิงตุ๊กกี้เรียนขี่ม้ากับอ.ศิลป์ อาชา รับบทโดยน้าค่อม ชวนชื่นครับ ผมชอบแนวตลกของน้าค่อมเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วด้วยครับ ในเรื่องเขาเป็นอาจารย์สอนขี่ม้าระดับโลกและต้องมาสอนเจ้าหญิงตุ๊กกี้เกี่ยวกับวิธีขี่ม้าและวิธีการทรงตัวบนม้าให้สง่างามสมกับเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองปาดังราวี ด้านการแสดงตลกของน้าค่อมจะเป็นคำพูดที่จิกกัดซะส่วนใหญ่ เวลาที่เขาพูดออกมามันอดขำไม่ได้เลย แล้วพี่ตุ๊กกี้ก็ตอบโต้สวนกลับไป สวนกันไปสวนกันมา บางทีก็นอกบทบ้าง อย่างพี่ตุ๊กกี้เขาจะตอบโต้กลับไปเรื่องหน้าตาน้าค่อมกับม้าทำไมมันถึงคล้ายกันอย่างนี้นะดูไม่ออกเลยระหว่างม้ากับอาจารย์สอน ทางตลกเขาจะรู้เรื่องส่วนตัวและสนิทกันและจะรู้ว่าเล่นจุดไหน หรือจะเรื่องฟันน้าค่อมว่าทำไมเหมือนม้าอย่างนี้แล้วก็เอาแครอทป้อนให้ แต่จริงๆต้องป้อนให้ม้าครับ หรือจะเป็นตอนที่พี่ตุ๊กกี้เรียนขี่ม้าแล้วตกม้าเห็นท่าทางแล้วผมอดขำไม่ได้เลยครับ(อย่าไปบอกพี่ตุ๊กกี้เขานะว่าผมแอบขำ) เป็นอีกหนึ่งฉากฮา และแอบมีความโรแมนติกกุ๊กกิ๊กเล็กๆในฉากนี้ด้วยครับ



Q : ถ้างั้นก็ต้องขยายความแล้วละที่บอกว่าแอบโรแมนติกเนี่ยประมาณไหนอย่างไร
L: พี่ตุ๊กกี้เขาตกม้า ซึ่งผมเป็นองครักษ์ผมก็ต้องพิทักษ์เจ้าหญิง ม้าก็ตัวใหญ่พี่ตุ๊กกี้เขาก็ตัวเล็กเห็นตกลงมาปุ๊บ ผมก็ต้องรีบเข้าไปช่วย แต่เจ้าหญิงตุ๊กกี้จะแอบมีลูกตอด มุกหยอดออกมานิดนึงว่า โอ๊ยขาเจ็บจัง! โอ๊ยไปไม่รอด! เดินไปไม่ได้ต้องขี่หลังไป ผมก็ต้องนอนกับพื้นให้เขาขี่คอและกอด ซึ่งพี่ตุ๊กกี้ก็กอดเป็นหลินปิงมาก กอดได้แน่นดี กอดจนอบอุ่นเลยครับ(หัวเราะ) แต่เหตุผลที่เขาต้องกอดแน่นๆ เพราะว่าผมต้องลุกขึ้นเดี๋ยวเขาจะเอนหลัง เขาก็เลยต้องกอดทั้งขาทั้งแขนจนแนบแน่นมาก..กกกก(ลากเสียงยาว...ววว)
Q : ถ้าให้จำกัดความ เจ้าหญิงตุ๊กกี้ ในความคิดของหลุยส์เป็นอย่างไร
L: เป็นเจ้าหญิงตุ๊กกี้ที่มีแต่เรื่องตลก และความเฮฮาตลอด คือพี่ตุ๊กกี้จะรับบทนางเอกหรือจะได้แสดงเป็นเจ้าหญิง แต่เขาก็ยังรักษาคาแรกเตอร์ของตัวเขาเอง เป็นคนอารมณ์ขัน ภาพเจ้าหญิงที่เราคิดไว้ว่าต้องเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ผมคิดว่าลบภาพนั้นออกไปซะ ถึงแม้เรื่องการแต่งกายชุดเจ้าหญิงจะสวยและอลังการแต่มันขัดกับพี่ตุ๊กกี้ไม่เข้ากันเลยครับ พี่เขาจะพูดไวเสียงดัง คิดอะไรก็พูดออกมาทันทีทำให้คาแร็กเตอร์ของเจ้าหญิงของเขาเนี่ยไม่เหมือนเจ้าหญิงคนอื่น รับรองได้ว่าจะไม่มีที่ไหนอีกแล้วในโลกนี้ 



Q: นอกจากจะได้ประกบคู่ ตุ๊กกี้ ครั้งแรกแล้วในเรื่องนี้ การร่วมงานกับผู้กำกับ พี่พิงค์ พรชัยก็ถือว่าเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน รู้สึกอย่างไรบ้าง
L: ใช่ครับ รับบทเป็นพระเอกคนแรกของพี่ตุ๊กกี้ และก็เป็นการร่วมงานกับพี่พิงค์ ครั้งแรกเช่นกันครับ สำหรับพี่พิงค์เขาจะเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะให้ผมจินตนาการเยอะ ปล่อยให้นักแสดงเล่นตามสบาย แต่จะมีกรอบให้นิดๆว่าต้องเป็นประมาณนี้ นักแสดงสามารถจะเสริมหรือเพิ่มเติมเองได้ด้วยต้องขยันทำการบ้าน ทำความเข้าใจกับบทให้มากที่สุดจะได้รู้ว่าเราควรจะเพิ่มหรือจะเอามุกอะไรมาร่วมใส่และแจมลงในช่วงนั้นถ้าแค่อ่านบทมาอย่างเดียวคงไม่ได้ พี่พิงค์จะให้นักแสดงช่วยกันออกความคิดเห็นและช่วยกันคิดค้นอยู่ตลอดเวลาครับ พี่พิงค์จะมีภาพของเขาเองซึ่งเราต้องทำการบ้านกับเขาบ่อยๆ ครับ
Q : ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ
L: สำหรับผมความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่ความฮา ตลก จะเป็นเรื่องการใช้มุกตลกซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป คาแรกเตอร์ไม่เหมือนกันความตลกก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็จะเน้นไปทางตลกท่าทางหรือตลกคำพูด หน้าตา จะแยกกันหมด แต่ละคนตลกคนละแบบ เป็นภาพยนตร์รวมวาไรตี้ตลกต้องติดตามการรวมความฮา ขำกันไม่หยุด ให้ได้นะครับ



Q : ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ
L: ก็อยากจะให้ทุกคนติดตามชม ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ นะครับ รับรองต้องเฮฮามันแน่ๆ เพราะว่าบทนี้ผมยังไม่เคยแสดงมาก่อนเลยนะครับ แล้วผมยังได้ร่วมแสดงท่ามกลางดาราตลกชั้นนำของเมืองไทย และครั้งแรกที่ผมได้เล่นประกบคู่กับสาวฮ๊อตแห่งปี พี่ตุ๊กกี้ โดยเฉพาะเรื่องนี้พี่ตุ๊กกี้ได้เล่นเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรกครั้งแรก ซึ่งผมเป็นคนแรกที่ได้เปิดซิงพี่ตุ๊กกี้เลยนะครับ นักแสดงทุกคนรวมทั้งผม ทีมงาน ผู้กำกับ พวกเราตั้งใจทำงานกันเต็มที่เลยครับอย่าพลาดชมความฮาครั้งนี้กันนะครับ 22 กรกฎาคมนี้แน่นอนครับ


				2010-06-17 17:27:21 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บเย็นยะเยือก ณ กองถ่ายทำภาพยนตร์ในเมืองแวนคูเวอร์ (Vancouver) โจ คาร์นาแฮน (Joe Carnahan) ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง A-TEAM เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย กำลังก้าวเข้าสู่กระบวนการที่เด็กผู้ชายทั่วโลกทำเหมือน ๆ กันทั้งนั้น เขาเรียกเพื่อนฝูงเข้ามาล้อมวงสุมหัวกัน แล้วก็ อธิบายให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของปฏิบัติการที่พวกเขาจะเข้าทลายเหล่าวายร้าย จากนั้นก็ส่งเพื่อน ๆ ออกไปพร้อมปืนผาหน้าไม้ปลอม ๆ กระจายกำลังพลทั่วสนามเด็กเล่น แน่ล่ะที่ว่าในกองถ่ายทำภาพยนตร์ A-TEAM เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย นี่แตกต่างไปแยะตรงที่ เพื่อน ๆ เหล่านั้นล้วนเป็นดารานักแสดงระดับแถวหน้า ส่วนปฏิบัติการสำคัญก็ผ่านการเขียนบทมาอย่างดี ในขณะที่สนามเด็กเล่นก็คือกองถ่ายทำภาพยนตร์ทุนสร้างมหาศาล ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ THE A-TEAM หรือที่จะเรียกกันในอีกชื่อว่า ความใฝ่ฝันของเด็ก ๆ ทุกคน ใครก็ตามที่เติบโตในช่วงทศวรรษที่ 80 หรือเคยได้ชมซีรี่ย์ยอดนิยม ที่ขยันนำกลับมาแพร่ภาพออกอากาศกันครั้งแล้วครั้งเล่าต่างย่อมรู้ดีถึงเรื่องราวของเหล่า The A-Team อันประกอบด้วยทหารหาญ 4 นายคือ ฮานนิบาล (Hannibal) หัวหน้าทีม, เฟซ (Face) หนุ่มปูมหลังร้ายกาจแถมยังเป็นเสือผู้หญิงตัวยง, บีเอ (BA) กำลังหลักออกโรงบู๊, และเมอร์ด๊อค (Murdock) นักบินสุดระห่ำ ซึ่งทุกคนถูกส่งตัวไปเข้าคุกด้วยคดีที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนก่อ จึงแหกคุกออกมาเพื่อเคลียร์ชื่อเสียงนั่นเอง  






เค้าโครงเรื่องดังกล่าวไม่ได้ถูกบิดเบือนไปแม้สักนิด เมื่อคาร์นาแฮนนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ พวกเขาทั้งสี่คนยังคงมีคุณสมบัติโดดเด่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  คาร์นาแฮนซึ่งโด่งดังการกำกับจาก Narc และ Smokin’ Aces ตั้งใจปั้นให้ A-TEAM สมจริงยิ่งขึ้น
“ชัดอยู่แล้วที่จะต้องสร้างให้มันทันยุคทันสมัยหน่อย” คาร์นาแฮนเล่าในระหว่างพักการถ่ายทำฉากสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่อง A-TEAM เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย “ซีรี่ย์เรื่องนี้มีความหมายกับผู้คนมากมาย จะหยิบจะจับตรงไหนก็ต้องเคารพผลงานต้นฉบับกันอยู่แล้ว แต่ก็เห็น ๆ อยู่ว่า มันไม่ค่อยเนียนสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ผมสนใจคือเค้าโครงเรื่องของผู้ชายพันธุ์แกร่งสี่คน เรื่อง A-Team พูดถึงหนุ่ม ๆ สี่คนที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงซึ่งแต่ละคนล้วนมีเรื่องราวที่พอจะเล่าเป็นหนังได้สี่เรื่องเลยด้วยซ้ำไป ต่างคนต่างถนัดกันคนละด้าน แล้วก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันๆได้อย่างน่าทึ่ง ทีนี้เราก็จับพวกเขามาขัดเกลาเอาปมไม่เข้าท่าออกไปเสียบ้าง แล้วก็เสริมความเป็นชายชาติอาชาไนยนายทหารพันธุ์แท้เข้าไป ทำให้พวกเขาดูน่าเกรงขาม สมกับเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษแท้ ๆ แต่ยังคงรักษาความเข้าขากันได้ดีของพวกเขาเอาไว้อย่างครบถ้วน เท่านั้นคุณก็น่าจะได้หนังเด็ด ๆ เรื่องหนึ่งแล้วหล่ะ”



คาร์นาแฮนฟันธงว่า นี่จะเป็นผลงานแนวแอ๊คชั่นสุดเฮฮาของฤดูร้อนปีนี้ที่สนุกสุด ๆ “เราจะได้ติดตามเหล่า A-TEAM ตั้งแต่เป็นทหารหาญถูกส่งตัวไปปฏิบัติการในอิรัก (Iraq) จนพวกเขากลายเป็นพวกนักสู้อิสระแนวกองกำลังนอกกฏหมายในที่สุด เราจะได้ดูฉากแอ็คชั่นที่อลังการ ตั้งแต่ฉากยิงกันระหว่างรถถังกับเครื่องบิน – กลางอากาศเลยด้วยนะ ไปจนถึงฉากแหกคุกที่อาศัยทั้งเตียงผ้าใบไปจนถึงรถบรรทุกคันยักษ์ นอกจากนั้นก็ถมด้วยฉากระเบิดตูมตาม, ฉากยิงกันหูดับตับไหม้, แล้วก็มีโรแมนติกสอดแทรกบ้างเล็กน้อย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยนะ” คาร์นาแฮนย้ำ “เรื่องราวของพวกเขาทั้งสี่คนล้วน ๆ” – ควินตั้น “จอมลุย” แจ๊คสัน (Quinton ‘Rampage’ Jackson)
แจ๊คสัน ยังใหม่ต่อวงการแสดงยิ่งนัก และบทบาทนี้จัดเป็นงานท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ เขาต้องรับบทบีเอ บาราคัส (BA Baracus) หนุ่มกล้ามโตผู้เป็นคนขับรถของทีมที่มิสเตอร์ ที (Mr T) ปั้นไว้จนติดตาแฟน ๆ ทั่วโลก แม้แจ๊คสันจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะนักกีฬาเจ้าสังเวียนศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสาน (mixed martial artist) ซึ่งเรื่องพละกำลังไม่เป็นสองรองใครแน่ ๆ แต่หนักใจก็ตรงที่การแสดงไม่แกร่งพอนี่แหละ “ผมมาทดสอบหน้ากล้องกับจอห์น ซิงเกิลตั้น (John Singleton)” แจ๊คสันเล่า “ผมไม่เคยคิดจะเป็นดารามาก่อนเลยนะ แต่ถ้าจะต้องแสดงกันแล้วก็ต้องบทบีเอ บาราคัส (BA Baracus) นี่แหละที่ผมอยากแสดงมากที่สุด  ถ้านี่จะเป็นงานแสดงครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้แล้ว ผมก็มีความสุขแล้วหล่ะครับ”
“ตอนที่เข้ามารับงานสร้างหนังเรื่องนี้ ผมได้ดูเทปบันทึกภาพการทดสอบหน้ากล้องที่เริ่มกระบวนการคัดสรรกันไปก่อนหน้านั้นบ้างแล้ว” คาร์นาแฮนเล่า “จอมลุยนี่โดดเด่นกว่าใครเพื่อน ผลงานของเขาดิบเถื่อนแต่ก็แฝงอะไรไว้แยะทีเดียว พอผมเรียกเขาเข้ามาทดสอบหน้ากล้องอีกครั้งหลังจากเข้าเรียนการแสดงกับครูฝึกนิดหน่อย ซึ่งก็แค่วันเดียวหลังจากการทดสอบหน้ากล้องครั้งแรกผมก็ทึ่งกับความสามารถของเขาจริง ๆ ผมคิดเลยนะว่า เขาร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ได้แน่ ๆ”
แจ๊คสันตระหนักดีถึงความคาดหวังจากบรรดาแฟน ๆ ที่จะกดดันงานแสดง แต่เขาก็อาศัยหลักปรัชญาเป็นที่พึ่ง “ผมแสดงหนังเรื่องนี้ก็ในฐานะแฟนคนหนึ่งเหมือนกันครับ ผมจึงเคารพความคาดหมายของแฟน ๆ ทุกคนด้วยเหมือนกัน และผมก็หวังเป็นอย่างยื่งว่า พวกเขาจะชอบผลงานของผม แต่ที่ผมรับแสดงบทนี้ก็เพราะผมอยากฝากผลงานไว้ให้ตัวเองได้ภาคภูมิใจ ในฐานะของ แฟนพันธุ์แท้ คนหนึ่งที่พึงจะสร้าง The A-Team ให้ได้ดีเหมือนกับที่คนอื่น ๆ อยากให้เป็นครับ”
ซึ่งนั่นก็ไม่ต่างไปจากความรู้สึกของผู้ร่วมสร้างภาพยนตร์เรื่อง A-TEAM เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย ทั้งนักแสดงเบื้องหน้า และคณะผู้สร้างที่อยู่เบื้องหลัง ที่ตั้งใจสร้างภาพยนตร์ด้วยใจของคนเป็นแฟนพันธุ์แท้กันทั้งนั้น บางคนก็ติดตามซีรี่ย์ทุกตอนจนจำได้ขึ้นใจ บางคนก็ติดพตามพัฒนาการของตัวละครชนิดแทบจะเป็นแม่ยกพ่อยกกันเลยทีเดียว แต่ที่ทุกคนตื่นเต้นกันมากก็คือ ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่า ในที่สุด พวกเขาก็เสกสรรปั้นแต่งให้ผลงานที่พวกเขารัก กลับมามีชีวิตโลดแล่นอีกครั้ง พวกเขาซักซ้อมทักษะต่าง ๆ กับผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเข้มข้นหลายสัปดาห์ คูเปอร์นี่เข้าขั้นยัดกระสุนเข้าปืนสั้นเสร็จอย่างไวไม่ถึง 4 วินาทีด้วยซ้ำ ในขณะที่การถ่ายทำฉากผาดโผนอย่าง ห้อยโหนลงมาจากอาคารสูงระฟ้า หรือแม้แต่ฉากระเบิดวินาศสันตะโรก็ขอเข้าไปร่วมแสดงจริงด้วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็ล้วนเป็นผลงานการแสดงที่สร้าสงความภาคภูมิใจให้กับเขาจนปากแทบจะฉีกยิ้มไปถึงหูได้เลยทีเดียว “เอาเป็นว่า”



คูเปอร์กล่าว เราสนุกสนานกับการถ่ายหนังเรื่องนี้มาก เราได้แต่หวังว่า มันจะสนุกมากพอ ๆ กับที่ผู้ชมจะได้สัมผัสครบทุกเม็ดอย่างที่เราได้ลุยกันเต็ม ๆ ซึ่งนั่นจะทำให้เราตื่นเต้นมากกับการได้แจ้งเกิดแฟนยุคใหม่ของ A-Team เลยหล่ะ”

 


				2010-06-17 16:20:29 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

เป็นอีกหนึ่งสาวฮอต ที่ขึ้นชื่อในความเซ็กซี่เข้าขั้นดีกรีระดับตัวแม่เลยทีเดียว สำหรับ ครี พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา  ไฮโซสาวที่ผ่านการประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สเมื่อปี 2006 แถมเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้ามานับไม่ถ้วน แต่ที่ดังเป็นพลุแตกก็คือเป็น 1 ใน 6 สาวลีโอเบียร์ปีล่าสุดที่ถ่ายแบบบอดี้เพ้นท์ให้กับปฏิทินลีโอเบียร์ ร่วมกับ สาวแอนนา รีส, อุ้ม-ลักขณา ธนวงส์ศิริ นั่นเอง ล่าสุด สาวครีแท็คทีมเพื่อนนางแบบนักแสดงทั้งสอง ก้าวสู่ทำเนียบนักแสดงอย่างเต็มตัวใน “น้ำตาลแดง” โปรเจ็คต์ภาพยนตร์แนวอีโรติกอาร์ทที่ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดไฟเขียวผลักดันให้ 6ผู้กำกับหนังอิสระรุ่นใหม่ไฟแรงระดับมือรางวัลก้าวมาเป็นผู้กำกับหนังเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกพร้อมกันทีเดียว 6 เรื่อง โดยประเดิมงานภาพยนตร์ครั้งแรกก็พิเศษกว่าปกติด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ในแนวอีโรติกที่เต็มไปด้วยความหวือหวาเซ็กซี่เลยทีเดียว แถมร่วมงานกับผู้กำกับหน้าใหม่ซะด้วย






“ค่ะ ครีว่าสำหรับโปรเจ็คต์น้ำตาลแดงถือได้ว่ามันมีความพิเศษกว่าหนังไทยทั่วๆไปกว่าที่เคยผ่านมา  ตัวหนังไม่ได้มีแค่ความหวือหวาหรือเซ็กซี่อย่างเดียว หลายคนอาจมองหรือสนใจตรงที่ว่านักแสดงที่มาเล่นอาจจะค่อนข้างเซ็กซี่หรือเปล่า แต่ครีว่าตรงนั้นเป็น 1 ในส่วนประกอบ เพราะว่าเป็นหนังแนวอีโรติกอาร์ทนี้แต่จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดคือความหมายที่ผู้กำกับตั้งใจแฝง สอดแทรกหรือสื่อมาในภาพยนตร์มากกว่าค่ะจากอ่านบท แล้วได้ทำงาน รวมทั้งที่ได้ฟังจากเพื่อนๆที่ร่วมแสดงในโปรเจ็คต์น้ำตาลแดงอย่าง อุ้ม ลักขณา หรือ  แอนนา รีส  ทุกคนพูดเหมือนกันเลยว่าหนังเรื่องนี้ดูเฉยๆ ไม่ได้ต้องคิดตามไปด้วย  ถึงสิ่งที่ตัวหนังต้องการจะบอกกับคนดู และที่สำคัญได้เห็นถึงความตั้งใจของผู้กำกับแล้วก็ทีมงานทุกคนซึ่งล้วนแล้วอยากให้งานชิ้นนี้ออกมาเป็นสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นในวงการ  ซึ่งครีถือว่าเป็นการต่อยอดหนังไทยได้ดีมากๆ  แล้วเป็นบันได้ขั้นต่อไปสำหรับหนังไทย  คือที่เราเห็น ที่เรารู้สึกตรงนี้เพราะว่าครีเรียนทำหนังด้วย  แล้วก็ก็ได้เห็นถึงการพัฒนาอีกขั้นหนึ่งของหนังไทย  ก็เลยคิดว่าเราอยากมีส่วนร่วมในผลงานชิ้นนี้  และการที่เป็นการพัฒนาก้าวต่อไปของวงการหนังไทยในครั้งนี้ด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะ”



ร่วมพิสูจน์กับ “น้ำตาลแดง” อีกหนึ่งความร้อนแรงของไอเดียและความสามารถของ6ผู้กำกับรุ่นใหม่ และการท้าทายขอบเขตการแสดงของเหล่าศิลปิน นางแบบ นักร้อง นักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทยและอย่าลืมไปให้กำลังใจ ครี-พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา กับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของสาวฮอตสุดเซ็กซี่ 26 ส.ค.นี้ทุกโรงภาพยนตร์


				2010-06-17 15:23:10 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

เตรียมเข้าฉายให้แฟนภาพยนตร์ไทยได้สัมผัสถึงความรักโรแมนติกหวานข้ามทวีปแล้ว สำหรับภาพยนตร์ไทย-อเมริกันเรื่อง “Bitter Sweet” (ข้ามฟ้าหาสูตรรัก) ซึ่งได้เปิดตัวรอบปฐมทัศน์อย่างเป็นทางการไปเมื่อค่ำที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหอมกรุ่นของกลิ่นไอรัก โดยมีนักแสดงนำมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มะหมี่ - นภคปภา นาคประสิทธิ์ , กอฟ – อัครา อมาตยกุล , แคล - แคลลอรีน นีมะโยธิน, สมภพ เบญจาธิกุล , วิยะดา  อุมารินทร์  และ ทาทา ยัง พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญพิเศษ “กรู๊ฟไรเดอร์” 





 




โดยงานนี้จัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เอสพละนาด ซีนีเพล็กซ์ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชต รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เข้าร่วมงานด้วย



ภาพยนตร์ “Bitter Sweet” (ข้ามฟ้าหาสูตรรัก) พร้อมเข้าฉาย 17 มิถุนายน 53 นี้ ทุกโรงภาพยนตร์


				2010-06-16 17:00:40 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

เอาล่ะสิงานนี้มีเฮ(ฮา)แน่นอน เมื่อ เจ้าหญิงตุ๊กกี้ (ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม) ต้องมาเจอคู่แข่งคู่ปรับเซ็กซี่เป็นแม่ค้าขายน้ำหอม ในภาพยนตร์เรื่อง “ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ” จะเกิดอะไรขึ้นคงต้องถอยย้อนกลับไปเมื่อตอน เจ้าหญิงตุ๊กกี้ยังเป็นสามัญชนธรรมด๊า...ธรรมดา ประกอบอาชีพเป็นเพียงแม่ค้าต่างด้าวเปิดแผงขายกบ และมักจะโดนแก็งค์จิ๊กโก๋หัวไม้ประจำตลาดข่มขู่ขูดรีดไถเงินค่าเช่าแผงตลอดเวลา รวมถึงบรรดาแม่ค้าขายหมู ขายผัก ขายรองเท้า จนไปถึง คู่ปรับสุดเชือดเฉือน แม่ค้าขายน้ำหอมนามว่า บันนี่ (นาตาลี เดวิส)  สุดเซ็กซี่ ที่ทั้งอึ๋มกว่า ทั้งสวยกว่า ต้องปะฉะดะกันสุดฤทธิ์ ฝีปากจัดจ้านยังพอสมน้ำสมเนื้อกัน แต่ในเรื่องสรีระ การแต่งกาย ความสวย ความเซ็กซี่ นี่มันต่างกันดังฟ้ากับเหว โดยเฉพาะลีลาเย้ายวนใจ พร้อมด้วยกลยุทธ์ลูกเล่นแพรวพราวในการเรียกลูกค้าชวนมาซื้อน้ำหอมของเธอนั้นช่างเด็ด พร้อมจะละลายใจหนุ่มๆ กันเลยทีเดียว มันช่างต่างกันกับแผงขายกบของตุ๊กกี้ที่เงียบเหงาไร้เงาลูกค้า เพราะโดนลีลาของบันนี่แม่กระต่ายสาวสุดเซ็กส์! คาบไปง๊าบจนเกลี้ยงเลย…





 

ที่มาที่ไปของฉากนี้คงต้องให้สาวสวยนาตาลี เม้าท์กันสักหน่อยกับบทบาทสุดยั่วยวน น่ารักแต่แอบเซ็กซี่เล็กๆ แถมยังต้องมาประจัญหน้าปะทะคารมแม่ค้าปากตลาดแข่งกับ ตุ๊กกี้ มันส์ขนาดไหน และลีลาการเรียกลูกค้ายั่วใจให้เต้นแรง มัดใจลูกค้าหนุ่มๆ เข้ามาซื้อน้ำหอมของเธอนั้นเด็ดอย่างไร 
“รับบทเป็น บันนี่ ค่ะ คาแร็กเตอร์เรื่องนี้ก็จะเป็นแม่ค้าขายน้ำหอม เซ็กซี่ที่สุดในตลาดย่านนี้เลย และยังเป็นขวัญใจของจิ๊กโก๋หัวไม้ด้วยนะคะ ส่วนพี่ตุ๊กกี้จะเป็นแม่ค้าขายกบ แผงร้านค้าของเราจะอยู่ตรงข้ามกันและจะชอบแย่งลูกค้ากันเป็นประจำค่ะ เหม็นขี้หน้าไม่ถูกชะตากันเลยแล้วเราก็จะคิดว่าเราสวย ส่วนพี่ตุ๊กกี้จะขี้เหร่ จึงชอบแหย่ แซว ล้อเลียนเขาเกี่ยวกับหน้าตาคล้ายกบ ตามบทต้องปะทะคารมกันสุดฤทธิ์สุดเดช สนุกมากค่ะเวลาโต้ตอบกันระหว่างตุ๊กกี้กับบันนี่ ขนาดทีมงานยืนขำกันคิกคัก นาตาลีก็มีหลุดขำบ้าง ด้วยความที่เป็นคนเส้นตื้น ขำง่ายอยู่แล้ว สำหรับบันนี่จะมีกลยุทธ์ในการเรียกลูกค้าที่เด็ดมาก คือ เอาน้ำหอมฉีดตามตัว พร้อมกับพูดเชิญชวนหนุ่มๆ ด้วยประโยคเด็ดที่ว่า เทสไหมคะ!เทสไหมคะ!  จากนั้นก็ยื่นตัวเรานี่ล่ะให้ลูกค้าดมกลิ่นน้ำหอม ทำให้พี่ตุ๊กกี้เห็นลีลาของบันนี่แล้วหมั่นไส้ ไม่พอใจเพราะว่าแผงขายกบของเขาขายไม่ได้ไม่มีลูกค้าเลย ส่วนลีลาของบันนี่ก็ต้องยั่วยวนหน่อยๆเพื่อให้เข้ากับชุดกระต่ายสาวสุดเซ็กซี่สีชมพูจัดจ้านมาก มีความเป็นแฟนตาซีเล็กๆแต่งออกมาแล้วเหมือนเพลย์เกิร์ลเลย (หัวเราะ) ส่วนตัวแล้วสนิทกับพี่ตุ๊กกี้มากค่ะทำให้กล้าปะทะวาจาและใส่กันแบบไม่ยั้งเลย ได้มาเล่นในเรื่องนี้ รู้สึกดีใจและก็ตื่นเต้นมากด้วยค่ะ นาตาลีขอฝากผลงานไว้ด้วยนะคะ อยากให้มาชมกันเป็นครั้งแรกของพี่ตุ๊กกี้ที่ได้รับบทนางเอกเต็มตัว และเป็นครั้งแรกของนาตาลีที่ได้แสดงหนังเช่นกันค่ะ 22 กรกฎาคมนี้ มาชมกันให้ได้นะคะ”





 หนุ่มๆ เตรียมตัวหัวใจเต้นแรง เพราะลีลาขายน้ำหอมของ “นาตาลี เดวิส” เย้ายวนชวนน้ำลายไหลแน่นอน และระวังน้ำลายกระเด็นโดนคนข้างๆ กับลีลาฮากระจายของ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” จากภาพยนตร์เรื่อง “ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ” ทุกโรงภาพยนตร์เตรียมฮา 22 กรกฎาคมนี้


				2010-06-16 16:22:42 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

“เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล” ผู้กำกับมือเก๋า ที่กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ แนว “เรียลเลิฟ” ชื่อเรื่อง “เรา สองสาม คน” ภายใต้การดูแลของ “เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์” (M๓๙) เปิดใจ ทำงานสุดสนุกตั้งแต่เปิดโปรเจค ได้อย่างใจทั้งภาคเรื่องราว การแสดง ภาพ  ล่าสุด... ภาคงาน “เสียง” ก็ไม่ยอมให้น้อยหน้า เพราะ “เรียว” ไม่หยุดมันส์ขอรวมพลนักร้องมือเก๋าของวงการ อย่าง อัสนี-วสันต์ , แบล็กเฮด , อ่ำ อัมรินทร์ , เหน่ง วายน๊อต และ รุ่นเล็กอย่าง เจ-มณฑล , จอนนี่ อันวา  มาร่วมโชว์เพลงประกอบภาพยตร์ให้ แถมยกวงออเครสตร้ามาอัดดนตรีสดประกอบภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงครบอรรถรสของผู้ชมจริงๆ



  





 “เรื่องนี้ผมสนุกมากในทุกๆส่วนของการทำงานครับ ตั้งแต่ทำบท ทำรถ ขับรถไป รีเสิร์ชเอง เลือกนักแสดง ซ้อม ลงกอง ตัดต่อ จนกระทั่งมาถึงภาคของเพลงประกอบที่ได้พี่ๆน้องๆคนดนตรีที่ทุกคนรู้ดีว่ารุ่นใหญ่ทั้งนั้น  ซึ่งทุกคนให้เกียรติผมมากๆพอเอ่ยปากปุ๊บ ทุกคนรู้สึกว่า เออ สนุกดี !!










แล้วก็มาร้องให้แบบเต็มที่มาก แล้วก็ในส่วนของดนตรีประกอบภาพยนตร์ ผมใช้วงออเครสตร้าจริงมาอัด เพราะถ้าทำเสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ เราจะไม่ได้ในส่วนของความชัดเจน ของเนื้อเสียง และ ความกังวาน ของเครื่องดนตรีจริงชิ้นนั้นๆ เพราะผมมีเอาเครื่องดนตรีจีน มาใส่เสียงลงไปด้วย ถ้าทำจากคอมพิวเตอร์ไม่มีทางได้เสียงที่ไพเราะแท้ๆแน่นอน และ ยังรวมไปถึงอารมณ์ที่พวกพี่ๆนักดนตรีเขาสื่อออกมาด้วย





 

ผมว่าทุกคนที่รักการชมภาพยนตร์คงจะรู้ดีว่า เราดูหนังสักเรื่องหนึ่ง แล้ว เสียงดนตรีมันเต็มอิ่ม เต็มอารมณ์มันก็จะยิ่งเพิ่มพูนอรรถรสในการชมภาพยนตร์เรื่องนั้นๆให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้นผมจึงใช้ชื่อภาษาอังกฤษของภาพยนตร์เรื่องนี้ ว่า
“THAT SOUNS GOOD” (แดท ซาวนด์ กู๊ด) ก็อยากให้ทุกคนไปชมทั้งภาพและเสียงกันในโรงภาพยนตร์ครับ”

 


				2010-06-09 17:05:25 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ดีเจหนุ่มฝีปากกล้าจากแฉแต่เช้า “ปอ – วรฐก์ ปิฏกานน์” และทีม วางไมค์ใส่เสื้อเกราะ พร้อมแบกปืนสวมบทนักบู๊เสี่ยงชีวิต ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ หนุ่ม “เอ๊าะ – กีรติ เทพธัญญ์”  ที่ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้าย จับไปเป็นตัวประกัน









The A-Team  สร้างจากซี่รี่ย์ทางโทรทัศน์เรื่องดัง  ที่กลายมาเป็นหนังแอ็คชั่นฟอร์มดีแห่งปี 2010 โดยฝีมือการกำกับสุดระห่ำของโจ คาร์นาแฮน (Joe Carnahan) กับเรื่องราวของทหารผ่านศึกสมรภูมิอิรัก4 นาย คือ ฮานนิบาล (Hannibal) หัวหน้าทีม, เฟซ (Face) หนุ่มปูมหลังร้ายกาจแถมยังเป็นเสือผู้หญิงตัวยง, บีเอ (BA) กำลังหลักออกโรงบู๊, และเมอร์ด๊อค (Murdock) นักบินสุดระห่ำ ที่ต้องกู้ชื่อเสียงของพวกเขา กลับมาให้ได้ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐ สงสัยว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมร้ายแรง ทั้งที่ความจริงแล้ว กลุ่มThe A-Team นี้ถูกกลุ่มคนร้ายป้ายความผิดให้ 
และเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขามาอยู่ข้างกายคุณ รับรองได้ว่าคุณจะได้รับความปลอดภัยเหนือยิ่งสิ่งอื่นใด แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีปัญหากับพวกเขา มีทางเดียวคือคุณต้องวิ่งหนีไป เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมีใครเรียก The A-Team หน่วยพิฆาตแดนตาย เพื่อมาฟรีๆ

     

 
“ปอ – วรฐก์”  และทีมจะสามารถเข้าไปช่วย ”เอ๊าะ กีรติ”  ที่โดนจับเป็นตัวประกันได้หรือไม่  และทั้งคู่จะต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้หรือไม่  ติดตามได้ใน รายการ “เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย ทีวีสเปเชียล”  วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายนนี้  เวลา 11.00 น. ทางช่อง 7


				2010-06-08 16:16:49 ,แสดงไปแล้ว 		
		
		ครั้ง		
	

ก่อนจะมีกำหนดเข้าฉายจริงในวันที่ 17 มิถุนายน 2553    ภาพยนตร์ร่วมทุนไทย -  อเมริกัน  เรื่อง ข้ามฟ้า หาสูตรรัก (Bitter Sweet)  ก็ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ “ภูเก็ต ฟิล์ม เฟสติวัล 2010” (Phuket Film Festival 2010)  ที่จะถูกจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 13 มิถุนายน นี้ 





 “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้รับเชิญร่วมฉายในงานเทศกาลภูเก็ต ฟิล์ม เฟสติวัล 2010 ในครั้งนี้”  อู๊ซ ที บรุนเนอร์  โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์กล่าว “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นความใฝ่ฝันผมเองที่ต้องการจะสื่อถึงเรื่องราวของประเทศไทยและมุมมองต่างๆ  ที่คนต่างชาติหลายคนอาจยังไม่เคยเห็นมาก่อน ทีมงานในไทยได้เอาไอเดียนี้มาให้ผมแล้วเราก็มีความเห็นตรงกันในหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องราวในหนังที่เราอยากจะบอกให้คนดูทั่วไปได้รับรู้... เรื่องเกี่ยวกับความรักโรแมนติกเบาๆ ที่จะทำให้คนดูลุกออกจากโรงหนังรู้สึกดีทุกครั้งที่คิดถึง


 ภาพยนตร์





เรื่องนี้ ถ่ายทำที่ในภาคใต้ของไทยเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่สวยงามมากครับ
ผมเชื่อว่าถ้าชาวต่างชาติได้เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้จะหลงรักเมืองไทยอย่างที่ผมเป็น... โชคดีผมได้ทีมงานที่ดีในการถ่ายทำภาพยนตร์จนออกมาได้อย่างที่เราพอใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ร่วมงานกับนักแสดงชั้นนำของไทยหลายคน     อาทิ มะหมี่ - นภคปภา นาคประสิทธิ์ , กอฟ – อัครา อมาตยกุล ,   ตอง – ภัครมัย โปตระนันท์    แล้วเรายังได้นักแสดงฮอลีวูดชื่อดัง  คิป  พาร์ดู , เจมส์  โบรลิน,  สเปนเซอร์  การ์เร็ตต์ , ลอร่า  โซเรนสัน และยังร่วมด้วยนักแสดงสมทบ แคล – แคลอรีน สุภาลักษณ์   นีมะโยธิน ,  สมภพ เบญจาธิกุล  ,   วิยะดา  อุมารินทร์  พิเศษสุดๆ คือ ทาทา ยัง นักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ของไทย ที่ร่วมแสดงด้วย